สวัสดีปีใหม่ครับพี่น้องชาวไทย หวังว่าวันหยุดยาวที่ผ่านมานี้ ทุกๆท่านคงได้พักผ่อนกันอย่างเต็มที่นะครับ ผมเองก็ได้ปลดปล่อยแบบยาวๆกับเค้าบ้างเช่นกัน แต่หลังจากที่กลับมาจากการท่องเที่ยวกับครอบครัวแล้ว ก็บังเอิญได้รับรู้ข่าวคราวของวัยรุ่นบ้านเราที่น่าตกใจต้อนรับปีใหม่กันเลยทีเดียวครับ ด้วยเรื่องของวัยรุ่นในต่างจังหวัดที่คิดแปลก แหวก อยากจะเป็นเด็กแนว ใช้ถุงพลาสติกในการมีเพศสัมพันธ์แทนการใช้ถุงยางอนามัยแบบเดิมๆ โอ๊ว...พระเจ้า! นี่พวกน้องๆเค้าคิดอะไรกันอยู่
ผมไม่ได้กำลังจะบอกว่าน้องๆกำลังทำผิดที่มีเพศสัมพันธ์กันเร็วเกินไปทั้งที่ยังเรียนกันไม่จบหรอกนะครับและก็ไม่ได้โทษที่น้องๆใช้ถุงที่ผิดประเภทด้วย (555+) แต่ผมกำลังอยากจะตั้งคำถามกับผู้ใหญ่และสังคมไทยครับว่า “ทุกวันนี้การศึกษาไทยและความเข้าใจวัฒนธรรมใหม่ๆของคนไทยไปถึงไหนกันแล้ว?”
ผมไม่เคยลืมครับว่าพวกเราคือคนไทยที่มีขนบธรรมเนียมและประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกครับว่า สมัยนี้เด็กๆบ้านเราถูกกลืนไปกับวัฒนธรรมที่มาจากต่างแดนไปแทบจะหมดแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นแบบตะวันตก หรือซาลางแฮโยแบบเกาหลี ก็มีให้เห็นกันทั่วไป
ผู้ใหญ่หลายท่านก็มักลืมตัวคิดว่าตัวเองไม่เคยเป็นเด็กมาก่อน ตั้งกฎเกณฑ์ต่างๆขึ้นมามากมายให้กับสังคมและลูกๆของตน จนลืมไปว่า “กฎนั้นมีไว้แหก” ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ แทนที่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ จะหันไปให้ความใส่ใจและให้ความรู้ที่ถูกต้องกับพวกเขามากกว่าที่จะทำเป็นแอ๊บเนียนว่าเรื่อง “เพศ” เป็นเรื่องไม่สุภาพจนไม่น่าที่จะเอามาพูดถึงกัน
ก็เพราะแบบนี้ยังไงล่ะครับ เด็กบ้านเราถึงได้ชอบแอบทำอะไรกันแบบลับๆล่อๆ มีปัญหาก็ไม่กล้าปรึกษาพ่อแม่ เพราะพ่อแม่ส่วนใหญ่ก็มักจะมีกำแพงของตัวเองที่ลูกหลานข้ามไปหาไม่ได้อยู่ตลอดเวลา พอเกิดปัญหาใหญ่ที่แก้ไม่ได้ขึ้นมาก็โทษเด็ก หาว่าเด็กไม่รักดี คิดไม่เป็น แต่จริงๆแล้วผมว่าความผิดมันอยู่ที่ทุกฝ่ายเลยล่ะครับ ไม่ใช่แค่ความผิดของเด็กแน่นอน
สำหรับปัญหา “ถุงพลาสติก” นี้ผมอยากแนะนำครับว่า “มันเจ็บนะจ๊ะ อาจเสียดสีจนบาดเจ็บกันได้” เอ๊ย! ไม่ช่าย...555+ นอกเรื่องอีกละ อันที่จริงแล้ว ผมมองว่าเป็นความไม่กล้าของเด็กๆที่จะไปซื้อถุงยางอนามัยมากกว่าครับ (ผมก็เคยเป็น) เพราะอย่างที่พูดไปแล้วครับว่าสังคมไทยของเรายังไม่เปิดกว้างมากนักสำหรับการปลูกฝังในเรื่องนี้ เด็กๆยังไม่กล้าที่จะเดินไปซื้อถุงยางอนามัยอย่างอกผายไหล่ผึ่งจึงทำให้ต้องคว้าเอาถุงอะไรก็ได้มาใช้แก้ขัดไปพลางๆก่อนเพราะอารมณ์มันขึ้นมาซะแล้ว เฮ้อ...แล้วแบบนี้จะสนุกได้ยังไง (เย้ย! นอกเรื่องอีกละ)
ผมอยากฝากให้ผู้ใหญ่ในบ้านเรา ลองเก็บเอาเรื่องนี้ไปคิดดูนะครับว่าเราควรจะเปิดใจรับฟังและให้คำแนะนำกับลูกหลานของเราในเรื่อง “เพศศึกษา” อย่างถ่องแท้ดีหรือไม่ เราไม่ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางโรงเรียนเพียงอย่างเดียว เพราะมันจะมีประโยชน์อะไรหากในโรงเรียนครูสอนเรื่องเพศศึกษา แต่พอกลับถึงบ้านก็ไม่กล้าพูดเรื่องนี้กับใครเพราะกลัวโดนด่าหาว่าแรงเกินไป ดังนั้นบ้านและโรงเรียนควรร่วมมือและเดินไปในทิศทางเดียวกัน ผู้ใหญ่ควรนึกย้อนไปในวัยที่ตนเคยเป็นเด็กและจะเริ่มเข้าใจครับว่า จริงๆแล้วเรื่องแบบนี้ตัวเองก็เคยเป็นมาก่อน แต่ทำเป็นลืมๆมันไปเท่านั้นเอง หากเรายอมรับความเป็นจริงใจสังคม เราก็จะเข้าใจปัญหามากขึ้นและสามารถป้องกันหรือแก้ไขได้อย่างตรงจุดมากขึ้น น้องๆก็ไม่ต้องแอบใช้ถุงพลาสติกให้เสียววาบๆแบบนี้ (อิๆ) ผมว่าใช้ถุงยางอนามัยน่ะดีที่สุดแล้วครับ ในเมื่อห้ามกันไม่ได้ ก็ควรแนะนำให้ป้องกันเอาไว้จะเป็นการดีที่สุด แหม...สีสันก็สวยงาม กลิ่นก็มีหลายแบบ แถมมีหลายสไตล์ เจลหล่อลื่นก็ยังมีอีก แล้วจะไม่อยากลองใช้ของดีๆกันบ้างเหรอครับ อย่างน้อยก็ช่วยให้น้องๆไม่ต้องตั้งท้องก่อนวัยอันควรได้อย่างแน่นอนครับ
ผมไม่ได้ออกมาสนับสนุนหรือส่งเสริมฝ่ายใดหรอกนะครับ เพียงแต่ทั้งหมดที่ผมเขียนระบายออกมานี้ ผมอยากให้ทุกๆฝ่ายตระหนักและเข้าใจถึงปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบันนี้แบบจริงๆจังๆมากกว่าที่จะหลอกตัวเองกันไปวันๆครับ ในเมื่อเราห้ามไม่ได้ เราก็ต้องป้องกันและแนะนำให้ลูกหลานของเราเดินไปในทางที่ถูกที่ควร หากริจะมีรักก็ต้องรู้จักป้องกันและรับผิดชอบตนเองได้ แม้จะดูว่าเร็วเกินไป แต่ถึงยังไงมันก็คือความจริงครับพี่น้อง
ฝากด้วยนะคร้าบบบบ....ผู้ใหญ่ทั้งหลาย
ตัวพ่อจูเนียร์

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น