กฎข้อ 7
ตัวพ่อ...ต้องมีกฎเหล็ก
ขึ้นชื่อว่าเป็น “กฎเหล็ก” ย่อมต้องเป็นเรื่องที่ตัวพ่อทุกคนถือว่าซีเรียสและควรยึดถือนำไปปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะหากกฎเหล็กของคุณไม่ถูกนำไปปฏิบัติหรือถูกคล้อยตามนั่นก็อาจหมายถึงความเป็นไปของชีวิตและความสุขของตัวคุณและคนรอบข้างอาจจะถูกสั่นคลอนได้ง่ายๆ
ผลของมันอาจจะเกิดเพียงเล็กน้อยหรืออาจรุนแรงไปจนถึงขั้นแตกหัก คุณอาจต้องเลิกลากับแฟนของคุณไปเพียงเพราะคุณและกิ๊กสาว สวย หมวย เอ็กซ์ เซ็กส์ บึ้ม ของคุณไม่ยอมปฏิบัติตามกฎที่ควรกระทำหรือคุณอาจจะถูกสาวๆรุมฉีกอกเอาได้ง่ายๆหากคุณลืมไปว่าคุณมีกิ๊กกี่คนและแต่ละคนชื่ออะไรกันบ้าง พอจะนึกภาพออกแล้วใช่มั้ยล่ะครับว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างหากว่าคุณเคยเอ่ยชื่อเรียกแฟนคุณผิดคนไปน่ะ (เหอๆๆ คิดแล้วสยองครับ)
กฎเหล็กคืออะไร? แล้วมีไว้ทำไม? คำตอบข้อนี้ง่ายมากครับ กฎเหล็กก็คือกฎที่คุณและคนที่มีความเกี่ยวข้องกับตัวคุณต้องนำไปยึดถือและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดอย่างมากถึงมากที่สุดนั่นเอง โดยที่ไม่มีข้ออ้าง ข้อแม้ใดๆหรือคำแก้ตัวใดๆทั้งสิ้นอีกด้วย
ส่วนคำถามที่ว่า “มีไว้ทำไม?” ก็ตอบได้ไม่ยากอีกเช่นกันครับ เพราะเมื่อมีกฎก็ย่อมต้องมีผู้ปฏิบัติและผลของการกระทำที่เกิดขึ้นให้เห็นอย่างเด่นชัด กฎเหล็กนั้นมีไว้สำหรับควบคุม ปกป้อง ป้องกัน ระแวดระวังและสร้างความมั่นคงทางความรู้สึกให้กับตัวคุณเองและคนที่คุณเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยครับ
ยกตัวอย่างเช่น คุณมีกฎเหล็กว่า “กิ๊กห้ามโทรหรือส่งข้อความใดๆหาคุณทั้งสิ้น ไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม” อืม...ฟังดูแล้วมันดูยากใช่มั้ยล่ะครับและคุณคิดว่าจะมีใครปฏิบัติตามได้หรือไม่? ผมมีคำตอบให้คุณอย่างแน่นอนครับ แต่ก่อนที่ผมจะไปพูดถึงรายละเอียดและข้อบังคับของกฎเหล็กสำหรับตัวพ่อนั้น ผมอยากให้คุณลองเปิดใจและเปิดเมมโมรี่พื้นที่ในหัวสมองของคุณก่อนนะครับเพื่อที่จะได้จดจำนำเอาไปทดลองใช้ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องครับ
กฎเหล็กของตัวพ่อมี ดังนี้
1. ต้องบอกสาวๆทุกคนที่คุณกำลังจีบว่าคุณมีแฟนแล้ว
เป็นไงบ้างครับ? เจอกฎข้อแรกเข้าไปก็ถึงกับอึ้งกันไปเลยทีเดียว เหตุผลที่ผมต้องการให้คุณบอกกับเธอเหล่านั้นก็เป็นเพราะว่า “ตัวพ่ออย่างเราต้องไม่โกหกครับ” มันเป็นกฎขั้นพื้นฐานของการแสดงความจริงใจและความเป็นตัวตนของคุณเลยก็ว่าได้ ซึ่งจากการที่เราบอกพวกเธอไปตรงๆ จะทำให้เราสามารถวัดใจกับเธอได้เลยครับว่า “เธอจะรับคุณได้หรือไม่?” เพราะหากพวกเธอยอมรับได้เกมนี้ก็จะเริ่มสนุกมากขึ้นไปอีกครับ
2. ห้ามกิ๊กโทรหาหรือส่งข้อความใดๆมาให้คุณทั้งสิ้น ไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้ชายหลายคนพลาดท่าได้อย่างง่ายดายเลยครับ เพราะส่วนใหญ่ผู้ชายเจ้าชู้มักถูกแฟนจับได้ว่ามีกิ๊กก็เพราะโทรศัพท์มือถือแสนรักของตัวเองแทบทั้งสิ้น เนื่องจากบังเอิญมีข้อความอันตรายหรือสายด่วนมรณะโทรเข้ามาหาคุณตอนที่โทรศัพท์มือถือสุดเลิฟของคุณดันไปตกอยู่ในมือของแฟน ภรรยาหรือกิ๊กอีกคนของคุณนั่นเอง ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้บ่อยครั้งมากๆครับและผมก็เชื่อว่าหลายๆคนก็ไม่เคยได้มีโอกาสเตรียมใจรับกับชะตากรรมแบบนี้ไว้เสียด้วย ดังนั้นหนทางการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดก็คือ ทำให้บรรดากิ๊กของคุณไม่มีตัวตนไปซะเลยครับ อ๊ะๆ...อาจฟังดูรุนแรงเหมือนจะฆ่าจะแกงกันแต่ไม่ใช่หรอกนะครับ เพียงแต่คุณต้องสั่งห้ามไม่ให้พวกเธอติดต่อกับคุณผ่านโทรศัพท์มือถือโดยเด็ดขาด และต้องเป็นคุณคนเดียวเท่านั้นที่สามารถโทรกลับไปหาพวกเธอได้ เมื่อทำได้เช่นนี้ไม่ว่าโทรศัพท์มือถือของคุณจะไปตกอยู่ในมือน้อยๆของใคร คุณก็หมดห่วงเรื่องข้อความอันตรายและสายด่วนมรณะได้เลยครับ
3. ระวังการเรียกชื่อผิด
หากคุณคิดว่าคุณเป็นคนที่ความจดความจำไม่ดีพอ สมองน้อย หอยขม กลมกลวงแล้วล่ะก็คุณก็ควรมีชื่อเรียกแฟนๆของคุณให้เหมือนกันหรือจดจำได้ง่ายที่สุดครับ เช่น “ที่รัก” คำๆนี้ดูเรียบง่ายแต่ได้ใจความและสื่อความหมายได้อย่างน่ารักมากมายครับ เวลาจะเรียกใครก็ให้เรียกเธอว่าที่รักให้หมดไปเลยครับ เมื่อถึงเวลาที่คุณไม่ทันได้ตั้งตัวหรือเผลอลืมตัวที่ต้องเรียกชื่อใครออกไปก็ตาม สมองของคุณก็จะถูกสั่งการจากจิตใต้สำนึกที่คุณได้ฝังคำว่า “ที่รัก” ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วและเสียงของคุณที่จะถูกเปล่งออกไปดังๆ ก็จะเป็นคำว่า “ที่รักจ๋า....” ในทุกๆกรณีไป ผมรับรองครับว่าปลอดภัยหายห่วงรับประกันตลอดอายุการใช้งานได้เลยครับพี่น้อง
4. เป็นกิ๊กห้ามงอน ห้ามหึง ห้ามหวง
กฎข้อนี้ไม่ได้มีไว้ห้ามเฉพาะบรรดาสาวๆของคุณหรอกนะครับ แต่ผมขอสั่งห้ามตัวของคุณเองด้วย เพราะบางครั้งกิ๊กของคุณก็มีแฟนเป็นของตัวเองด้วยเช่นกัน ดังนั้นคุณเองก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปคิดหึงหวงหรือเรียกร้องใดๆทั้งสิ้น เพราะต่างฝ่ายต่างต้องให้เกียรติและความเป็นส่วนตัวซึ่งกันและกัน โดยที่ไม่ไปทำลายความสุขของอีกฝ่ายหนึ่งโดยเด็ดขาด ฉะนั้นกฎข้อนี้จึงต้องไปเกี่ยวโยงถึงเรื่องการใช้โทรศัพท์และข้อความด่วนต่างๆอีกด้วย เพราะหากต่างฝ่ายต่างก็มีแฟนเป็นของตัวเองอยู่แล้ว คุณทั้งคู่ก็ควรจะตกลงกันให้ได้ครับว่าจะใช้เครื่องมืออะไรเป็นตัวสื่อสารกันได้และเวลาไหนที่สะดวกที่สุดในการโทรหากันครับ กรณีนี้ผมขอแนะนำการใช้อีเมลล์ต่างๆครับ ง่ายที่สุดและประหยัดที่สุดแล้วล่ะครับ
5. คุณต้องเสมอต้นเสมอปลายในทุกๆเรื่อง
การเป็นคนเสมอต้นเสมอปลายไม่แสดงอาการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเด่นชัดนั้นเป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝนกันอย่างมากครับ เพราะคุณต้องทำตัวเองให้เหมือนกับกำลังถูกจับเข้าเครื่องจับเท็จอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นความสามารถพิเศษเฉพาะตัวของฝ่ายหญิงจริงๆนะครับที่พวกเธอสามารถจับสัญญาณอันตรายของตัวคุณได้ผ่านกิริยาอาการของตัวคุณเอง ฉะนั้นคุณต้องเป็นคนที่แสดงออกหน้าเดียว ไม่แสดงความรู้สึกหรือออกอาการใดๆเวลาทำความผิดหรือทำสิ่งที่ถูกต้องก็ตาม พยายามเป็นตัวคุณเองให้มากที่สุด เพื่อให้แฟนของคุณจดจำได้ว่าอาการแบบไหนที่เป็นตัวคุณ จงอย่าทำอะไรที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป และต้องรู้จักวางแผนให้รอบคอบและรัดกุมอยู่เสมอครับ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีสายด่วนมรณะเข้ามาหาคุณจริงๆ (แบบไม่ทันได้ตั้งตัว) คุณจะแก้ปัญหายังไงน่ะเหรอครับ? ก็ง่ายมากครับคุณก็แค่กดรับทันทีและพูดคุยไปตามปกติให้เหมือนกับพูดคุยกับเพื่อนสนิท พี่ น้องหรือเพื่อนร่วมงานของคุณก็เท่านั้นเองครับ จากนั้นเมื่อแฟนคุณถามว่าใครโทรมาหาคุณ คุณก็ต้องตอบคำถามได้อย่างฉะฉานชัดเจนไม่มีอาการวอกแวกใดๆทั้งสิ้น
ตัวอย่างเช่น
“เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังขึ้นขณะที่คุณกับแฟนนั่งอยู่ในรถยนต์ส่วนตัวของคุณเอง”
คุณ : ฮัลโหล...หวัดดีครับผมเชื่อครับว่าแฟนคุณต้องหันมาให้ความสนใจกับบทสนทนาของคุณอย่างแน่นอน
คุณ : อ้าว...ว่าไงครับคุณพิม เมื่อวานผมโทรไปหามาครั้งนึงแล้วนะครับ แต่คุณไม่รับสาย (ทำเนียนต่อไปครับพี่น้อง)
คุณ : อ๋อ ได้ครับ เดี๋ยวผมส่งไฟล์งานไปให้คุณละกันนะครับ แต่ขอเป็นคืนนี้ละกันนะครับ เพราะตอนนี้อยู่ข้างนอกกับแฟนครับ พอดีจะไปทานข้าวกัน
แฟนคุณอาจจะเริ่มวางใจเล็กน้อยแล้วล่ะครับ เพราะคุณกล้าพูดว่าคุณอยู่กับแฟน
คุณ : ครับ ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมส่งไฟล์ให้คุณแล้ว ผมจะโทรไปบอกคุณอีกทีนะครับ.....ครับ หวัดดีครับ
ผมเชื่อมั่นครับว่าเมื่อคุณวางสายเรียบร้อยแล้ว ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยจะต้องมีคำถามโดนๆกลับมาหาคุณอย่างแน่นอน
แฟนคุณ : ใครโทรมาเหรอคะที่รัก? (นั่นไง คำถามซ้ำซากมาแล้ว)
คุณ : อ๋อ คุณพิมน่ะ เป็นลูกค้าที่ผมเพิ่งไปติดต่องานมา พอดีผมนัดกับเธอว่าจะส่งไฟล์งานไปให้ดูก่อนตัดสินใจ เมื่อวานผมโทรไปหาเธอครั้งนึงแล้วแต่ไม่มีใครรับสาย เธอเลยโทรกลับมาน่ะจ่ะ
แบบนี้เขาเรียกว่าเสมอต้นเสมอปลายในด้านการแสดงอารมณ์ครับ นิ่งเฉยไว้ ไม่แสดงออกและตีหน้าซื่อให้เธอจับไม่ได้ไล่ไม่ทันครับ
แฟนคุณจะเริ่มเข้าใจอะไรได้มากขึ้น จากนั้นคุณก็ทำเฉยๆซะ อย่าได้มีอาการรนหรือวอกแวกใดๆทั้งสิ้นเลยนะครับ เพราะคุณต้องท่องเอาไว้เสมอว่า “คุณไม่ได้โกหกอะไรเลย” แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้นเอง (ฮ่าๆๆๆ) แล้วก็ทำเนียนคุยเรื่องอื่นกันต่อไปครับ
6. เลือกคนที่ใช่ที่สุด
ผู้ชายหลายคนเวลาเจอสาวๆที่สวยถูกใจแล้วมักจะปล่อยไปตามอารมณ์และด้วยความอยากได้เธอมาครอบครองจนตัวสั่น จึงทำให้ตกเป็นเบี้ยล่างยอมให้เธอไปเสียทุกอย่างรวมไปถึงยอมละทิ้งกฎเหล็กของตัวเองไปเสียด้วย ผมจึงอยากแนะนำให้คุณพยายามเลือกเฟ้นเน้นหาเฉพาะสาวๆที่ใจถึงและใช่ที่สุดจริงๆเท่านั้น ขอเป็นแบบที่น่ารัก สวย ใสถูกใจคุณและยอมรับได้ในเงื่อนไขทุกๆประการของคุณ หากคุณเจอคนที่ยังไม่ใช่ทั้ง 100% แบบนี้จงถอยห่างออกไปในทันทีเลยครับ อย่ามัวเสียดายหรือโลภมากเป็นอันขาด ผมอยากให้คุณนึกถึงความสัมพันธ์และความสุขในระยะยาวมากกว่ามองเพียงแค่ระยะสั้นๆเท่านั้นครับ จงจำไว้เสมอครับว่า “แม้ว่าเธอจะสวยราวกับนางฟ้าเพียงใด แต่ความงามนั้นก็ย่อมแฝงไว้ด้วยใบมีดที่แหลมคมเสมอ” หากเธอยอมรับกับกฎเหล็กของคุณไม่ได้ คุณก็เตรียมใจไว้เถอะครับว่าตัวพ่ออย่างคุณอาจต้องสิ้นลายเพราะนางฟ้านางนี้อย่างแน่นอน ซึ่งตรงกับวลีที่ว่า “หมองู มักตายเพราะงู” ยังไงล่ะครับ
7. ป้องกันเสมอเมื่อมีเพศสัมพันธ์
การป้องกันนั้นไม่ใช่เพียงแค่ป้องกันตัวคุณจากโรคร้ายเท่านั้น แต่ยังเป็นการป้องกันสาวๆของคุณไม่ให้ตั้งครรภ์หากคุณเกิดผิดพลาดขึ้นมาอีกด้วย และการป้องกันแบบนี้ยังสื่อความหมายไปถึงการให้เกียรติ ใส่ใจและดูแลซึ่งกันและกันอีกด้วย ดังนั้น หากคุณคิดจะรักสนุกทั้งที่อยากผูกพันหรือไม่ผูกพันก็ตาม คุณก็ควร “ยืดอกพกถุง” ไว้ตลอดเวลาด้วยนะครับ
8. อย่าให้คำสัญญาอย่างเด็ดขาด
คำสัญญาสำหรับผู้ชายนั้นอาจหมายถึงเพียงลมปากหวานหูที่ถูกปล่อยออกไปโดยไม่ทันได้คิดอะไร แต่สำหรับผู้หญิงแล้ว “คำสัญญา” กลับเปรียบเสมือนสิ่งสำคัญล้ำค่าที่พวกเธอคาดหวังจากผู้ชายคนที่เธอรัก ดังนั้นการพูดคำสัญญาลมๆแร้งๆออกไปแล้วทำไม่ได้นั้น จึงไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่งเพราะจะทำให้คุณดูเป็นคนไม่ดีไม่จริงใจไปเลยในสายของเธอ แต่หากคุณหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆกับการต้องให้คำสัญญาอะไรออกไปก็ให้เลี่ยงไปใช้คำพูดในลักษณะอื่นๆ เช่น
แฟนคุณ : คุณสัญญากับฉันได้มั้ยว่าจะไม่ไปยุ่งกับใครอีก
คุณ : ผมเป็นผู้ชายนะที่รักและผมก็รักคุณมากด้วย ผมไม่ขอสัญญานะว่าผมจะทำได้ แต่ผมจะพยายามทำเพื่อคุณนะครับ แม้ว่าผมเกิดต้องไปยุ่งกับใครขึ้นมาจริงๆล่ะก็ ขอให้จำไว้เสมอนะว่า ผมจะไม่เอาปัญหามาให้คุณอย่างเด็ดขาด...บรา บรา บรา
คุณต้องลองฝึกพูดในลักษณะแบบนี้ให้เยอะๆและบ่อยๆเข้าไว้ครับ แล้วลองฝึกสังเกตปฏิกิริยาของแฟนคุณดูครับว่าเขาแสดงอาการอย่างไร เพราะการตอบแบบนี้จะทำให้เธอพยายามที่จะยอมรับความเป็นจริงของตัวคุณเองว่าคุณเป็นคนเช่นไร แม้จะให้สัญญาไม่ได้แต่อย่างน้อยเธอก็ยังมั่นใจได้ว่า คุณยังรักเธอจริงและยังใส่ใจกับการกระทำที่จะมีผลต่อตัวเธอในทุกๆด้าน เพียงเท่านี้ก็อาจจะช่วยผ่อนหนักให้กลายเป็นเบาได้แล้วล่ะครับ
แต่สำหรับคนที่ชอบให้คำสัญญาแล้วเผลอลืม ทำลืม แกล้งลืมแล้วก็ทำไม่ได้ซะอีกด้วย ผมขอเตือนไว้เลยครับว่าสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่นั้นจะค่อยๆบั่นทอนความรักความสัมพันธ์ของคุณและคู่รักไปเรื่อยๆ นานวันเข้าก็จะยิ่งร้ายแรงมากขึ้นจนถึงขั้นที่ยากเกินกว่าจะแก้ปัญหาใดๆได้ทั้งสิ้น นั่นเพราะคุณเป็นคนพูดจากลับกลอก ไม่มีสัจจะ และไม่ซื่อตรงกับคำพูดของตัวเองไงล่ะครับ
9. ทำหน้าที่นักรักให้ดีที่สุด
กฎข้อนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากครับสำหรับนักรักตัวพ่ออย่างพวกเรา เพราะหากว่าคุณคิดที่จะเป็นนักรักตัวยงแต่ความสามารถในการให้ความรักทั้งบนเตียงและนอกเตียงกลับไม่ได้เรื่องได้ราว ผมก็ขอบอกไว้เลยครับว่าสาวๆของคุณเป็นต้องหนีหายไปหมดอย่างแน่นอน ดังนั้นคุณควรใส่ใจกับเรื่องราวเหล่านี้ให้มากๆด้วย ทั้งการดูแลเอาใจใส่ในด้านจิตใจก็ต้องหมั่นทำอย่างสม่ำเสมอและลีลารักบนเตียงของคุณก็ควรที่จะยอดเยี่ยมดั่งพาเธอไปทัวร์สวรรค์หรืออย่างน้อยก็ต้องทำให้ถูกใจพวกเธอได้ด้วยเช่นกัน พวกที่ชอบล่มปากอ่าว เสร็จเร็วเป็นจรวดนั้นคงต้องรีบกลับบ้านไปปรับปรุงช่วงล่างกันอย่างแรงเลยล่ะครับ คิดจะเป็นตัวพ่อทั้งทีก็อย่าให้ขายหน้าพวกสาวๆเลยนะครับ ผมขอร้อง
10. ห้ามทิ้งหลักฐาน
หลังจากข้อที่ 9 ที่เราต้องเป็นนักรักที่ดีแล้ว เราต้องไม่ทิ้งร่องรอยและหลักฐานอะไรไว้ให้แฟนของเราหรือคนอื่นๆสามารถสืบหาหลักฐานและพยานแวดล้อมใดๆได้ด้วยนะครับ เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญถึงชีวิตกันเลยทีเดียว ดังนั้น เวลาที่คุณแอบพาสาวๆของคุณไปขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดด้วยกันก็อย่าปล่อยให้อะไรๆมันเลยเถิดเกินไปจนเกิดร่องรอยบนร่างกายและเสื้อผ้าของคุณได้ เช่น รอยกัด รอยดูด รอยลิปสติกหรือรอยเล็บ เป็นต้น ซึ่งร่องรอยเหล่านี้นี่แหละครับที่จะเป็นเหมือนหลักฐานมาผูกมัดตัวคุณเองทำให้คุณดิ้นไม่หลุด แถยังไงก็ไม่มีทางรอดอีกด้วยครับ ถึงคราวเข้าตาจนแบบนี้ต่อให้เป็นพ่อปลาไหลตัวพ่อก็สามารถโดนจับปาดคอเอาไปแช่เกลือได้ง่ายๆเลยล่ะครับ
กฎทั้ง 10 ข้อนี้อาจไม่ใช่กฎเหล็กที่ครอบคลุมได้หมดทุกเรื่องหรอกนะครับ แต่มันเป็นกฎเหล็กขั้นพื้นฐานที่พวกคุณควรจะรู้เอาไว้และนำเอาไปใช้ได้จริง ซึ่งผมก็คิดว่าหลายๆคนคงสามารถที่จะเพิ่มกฎเหล็กที่เป็นของตัวคุณเองได้อย่างแน่นอน กฎ 10 ข้อนี้เลขกำลังสวยเลยนะครับ จำไว้ให้ดีจำไว้ให้มั่นแล้วมันจะทำให้คุณกลายเป็นตัวพ่อที่แสนสุขใจได้อย่างแน่นอน ส่วนที่เหลือนอกจากนี้คุณต้องเป็นผู้คิดค้นกฎกันเอาเองและเป็นผู้นำมาแบ่งปันให้กันและกันบ้างแล้วล่ะครับ
ผมเชื่อครับว่า “เหนือฟ้ายังมีฟ้า” และผมเองก็พร้อมที่จะเรียนรู้จากพวกคุณด้วยเช่นกันนะครับ
แต่...อ๊ะๆๆ จะยอมให้บทนี้จบไปง่ายๆ มันก็กระไรอยู่ใช่มั้ยล่ะครับ เพราะเมื่อพูดถึงกฎเหล็กกันแล้ว ผมก็ต้องขอยกตัวอย่างให้มันสะใจกันสักนิดจะดีกว่า ผมหวังว่าคุณคงยังไม่ลืมเรื่องของไอ้ C กับน้องหวานกิ๊กสาวแสนสวยของมันใช่มั้ยล่ะครับหรือหากใครลืมไปแล้วก็ลองกลับไปย้อนอ่านดูที่กฎข้อ 3 ตัวพ่อ...ต้องรุกและรับก่อนเลยนะครับ
คราวนี้ผมก็ขอพูดถึงเรื่องราวหลังจากนั้นเลยนะครับว่าหลังจากที่ไอ้ C เพื่อนของผมได้เบอร์โทรของน้องหวานมาแล้วเนี่ย มันจะเริ่มปฏิบัติการณ์ขั้นต่อไปอย่างไร
ก่อนอื่นผมขอพูดเรื่องกฎเหล็กส่วนตัวของมันก่อนแล้วกันนะครับ เพราะไอ้ C เพื่อนผมคนนี้มันมีกฎเหล็กอยู่ว่า “ถ้ามีโอกาสต้องรีบเผด็จศึก” โอ้ว...ว้าว ร้ายกาจใช่มั้ยล่ะครับ ไอ้นี่มันไม่มีคำว่าเสียเวลาอยู่แล้วครับ เผด็จศึกได้เป็นต้องรีบทำทันที เรื่องใจร้อนนี่ต้องยกให้มันเลยจริงๆ
เรื่องราวหลังจากนั้น ไอ้ C มันก็แอบโทรไปนัดกับน้องหวานว่าจะออกไปหาร้านบรรยากาศดีๆเพื่อนั่งดื่มด้วยกันและทำความรู้จักกันให้มากขึ้นอีกสักหน่อย มันเลยเลือกบรรยากาศร้านอาหารชื่อดังย่านพระราม9 เป็นที่นัดหมายของมันครับ
วันนั้นพอมันไปถึงมันก็นั่งรอน้องหวานอย่างใจจดใจจ่อ จนเมื่อถึงเวลานัดหมายน้องหวานก็เดินเข้ามาหามันในชุดเดรสกระโปรงสั้นสีขาวน่ารักสุดๆ (แค่เห็นมันก็บอกผมว่ามันแทบอดใจไม่ไหวแล้วล่ะครับ เหอๆ)
ไอ้ C : วันนี้หวานน่ารักเป็นพิเศษเลยนะครับ (เดินไปรับน้องหวานมานั่งที่โต๊ะ แต่มือของมันก็โอบอยู่ที่เอวในทันทีด้วยเช่นกัน เร็วไม่ใช่เล่นนะไอ้นี่)
น้องหวาน : แหม...ปากหวานจังนะคะ
ไอ้ C : งั้นเราสั่งเครื่องดื่มกันเลยดีมั้ยครับ น้องหวานสั่งได้เลยนะจ๊ะ
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็นั่งพูดคุยทำความรู้จักกันไปอย่างหวานนนน....เยิ้มหยดย้อยมดตายไปหลายสิบตัว จนเมื่อถึงเวลาดึกร้านใกล้จะปิด ไอ้ C ก็เริ่มจะชวนน้องหวานกลับบ้านและอาสาพาเธอไปส่งให้ถึงสวรรค์ เอ๊ย...บ้านน้องเค้า (อิๆ)
ไอ้ C : พี่ว่าเรากลับกันดีกว่ามั้ยครับ เดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้านเองเพราะดึกมากแล้ว
น้องหวาน : ก็ดีค่ะ
ไอ้ C พาน้องหวานเดินไปที่รถของมัน ซึ่งในขณะที่เดินไปนั้นจากที่ตอนแรกแค่โอบเอวเล็กน้อยก็กลายเป็นเดินโอบไหล่คลอเคลียกันไปตลอดทางแบบแทบจะกลืนกินกันเลยทีเดียว (อิจฉาเว้ย) จนเมื่อถึงที่รถของมัน ทั้งคู่ก็ขึ้นไปนั่งอยู่ในรถแต่ไอ้เพื่อนตัวดีของผมมันก็ยังไม่ยอมสตาร์ทรถออกไปไหนสักที ได้แต่นั่งจับมือน้องหวานแล้วก็มองตากันไปมาอยู่อย่างนั้น
น้องหวาน : พี่ C มองหวานจนหวานแทบจะละลายอยู่แล้วนะคะ (น้องหวานไม่กล้าสบตา ทำท่าทางเขินอายอย่างเห็นได้ชัด)
ไอ้ C : ก็แหม...นานๆทีเราจะได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันแบบนี้นี่ครับ หวานจะใจร้ายไม่ให้พี่มองหน้าหวานได้ยังไง คนอะไรน่ารักโดนใจที่สุด
มันไม่ได้พูดเพียงอย่างเดียวหรอกนะครับ ไม่ทันไรไอ้ C ก็โน้มตัวเข้าไปหาน้องหวานแล้วหอมเธอเข้าที่แก้มขวาอย่างนุ่มนวล น้องหวานก็แสดงอาการขวยเขินเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ปัดป้องแต่อย่างใด (ว้าวๆๆ ชักเข้าได้เข้าเข็มแล้วสิ)
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ไอ้ C มันก็รู้แล้วล่ะครับว่าโอกาสที่มันรอคอยมาถึงมือมันแล้ว มันจึงไม่ยอมหยุดและเริ่มรุกน้องหวานต่อไปด้วยการเริ่มหอมแก้มเธอมากขึ้นและซุกไซร้ไปตามซอกคอ หัวไหล่ และเรือนผมของเธอ ในตอนนี้เองน้องหวานเริ่มอ่อนระทวยและมือของเธอก็จับมือของเพื่อนผมเอาไว้แน่นเลยล่ะครับ
ไอ้ C : หวานครับพี่ว่าพี่รู้แล้วว่าเราจะไปไหนกันก่อนดี
น้องหวาน : (มองหน้าเพื่อนผมและยิ้มอย่างเขินๆ ตอนนี้แก้มของน้องหวานแดงระเรื่อด้วยความเขินอายแล้วล่ะครับ) ไปไหนเหรอคะ? (แน่ะ ทำแบ๊วซะงั้นอ่ะเธอ)
ไอ้ C : ก็ไปที่ที่เราสองคนจะได้อยู่ด้วยกันไงล่ะครับ (มุกเดิมเลยนะมึง)
พูดมันเสร็จปุ๊บมันก็สตาร์ทรถขับออกไปปั๊บเลยล่ะครับ รายชื่อโรงแรมที่มันรู้จักก็วิ่งเข้ามาในหัวของมันทันทีเต็มไปหมด ใจเต้นตุ๊มๆต่อมๆ กลัวว่าน้องหวานจะโวยวายขึ้นมา แต่โอกาสวิ่งมาหาแล้วนี่ครับยังไงมันก็ไม่ทิ้งโอกาสนี้ไปอย่างแน่นอนครับพี่น้อง
เมื่อถึงที่หมายไอ้ C ก็พาน้องหวานไปขึ้นสวรรค์อย่างที่มันตั้งใจเอาไว้ คืนนั้นทั้งคู่ต่างก็เสร็จสมอารมณ์หมายก่อนจะตัวเบาหวิวพากันไปส่งถึงที่บ้านและแยกย้ายกันกลับไปนอนหลับฝันหวาน (อันนี้ขอไม่เล่ารายละเอียดนะครับ เพราะมันเริ่มจะกลายเป็นหนังสือโป๊ไปซะก่อน ฮ่าๆๆ)
สรุปว่าท้ายที่สุดเพื่อนผมก็สามารถพิชิตใจและกายของน้องหวานได้ในเวลาอันรวดเร็วและนั่นก็เป็นเดทแรกของมันซะด้วยซ้ำไปครับ สุดยอดมั้ยล่ะครับเพื่อนตัวพ่อของผมคนนี้ หลังจากคืนนั้นมาผมก็ได้ยินข่าวคราวของมันกับน้องหวานมาบ้างว่ายังคงแอบมีไปสวีทหวานแหววด้วยกันอยู่สักระยะหนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจแยกย้ายกันไป เพราะว่าน้องหวานเกิดอยากจะมีแฟนที่คิดจะจริงจังขึ้นมาจริงๆสักที เพื่อนผมคนนี้มันก็เลยหลีกทางให้ตามนิสัยคนจรรยาบรรณดีน่ะครับ
แล้วกฎเหล็กของเพื่อนผมก็สามารถเผด็จศึกน้องหวานได้ด้วยประการฉะนี้ล่ะครับ...พี่น้อง