What am I thinking now?

Kittiphun said : ใกล้สิ้นปีอีกแล้ว...ใครที่ยังไม่ได้ใช้ชีวิตให้คุ้ม ยังไม่ได้ทำอะไรที่อยากทำ ก็รีบๆทำกันซะนะครับ
Powered By Blogger

วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2553

คอลัมน์ตัวพ่อขอเม้าท์ # 02 : สามชุก In Love

พูดถึง “สามชุก” ผมคิดว่าใครหลายคนคงเคยได้ยินชื่อนี้กันมาบ้างแล้ว บางคนอาจจะรู้จักเป็นอย่างดี บางคนอาจจะเคยแวะเวียนไปมาบ้างและบางคนอาจจะยังไม่เคยได้ไปสัมผัสบรรยากาศของที่นั่นมาก่อนเลย

ที่ผมกำลังพูดถึงสามชุก ผมไม่ได้หมายความไปถึงทั้งอำเภอหรือทั้งจังหวัดสุพรรณบุรีหรอกนะครับ แต่สิ่งที่ผมกำลังกล่าวถึงต่อไปนี้ก็คือ “สามชุกตลาด 100 ปี” สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรีต่างหากครับ เพราะมันเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับคนไทยที่น่าสนใจมากๆเลยทีเดียว

การเดินทางจากกรุงเทพฯไปสามชุกนั้น ทางที่ง่ายที่สุดผมขอแนะนำให้คุณขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 340 หรือไปทางบางบัวทองนั่นเองครับ มุ่งหน้าสู่จังหวัดสุพรรณบุรี ขับรถไปประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งก็ถึงแล้วครับ ไม่ไกลจนเกินไปสำหรับใครที่อยากหาสถานที่พักผ่อนแบบไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก

ตัวตลาดสามชุก ถูกปรับปรุงขึ้นใหม่หลังจากก่อตั้งมานานกว่า 100 ปีแล้ว จึงค่อนข้างมีความเป็นระเบียบและดูสะอาดตามากๆครับ แต่สำหรับลานจอดรถนั้นอาจจะมีจำกัดอยู่บ้างก็ต้องทำใจกันหน่อยนะครับ ภายในตลาดมีแหล่งของกินของใช้ของฝากของที่ระลึกเยอะแยะเต็มไปหมดเลยล่ะครับ มีมุมสวยๆ ร้านเก๋ๆให้นั่งชิวๆกันได้ ถ่ายรูปกันได้อย่างจุใจ และยังมีสะพานเล็กๆข้ามแม่น้ำท่าจีนที่รอให้คุณไปยืนเต๊ะท่าถ่ายรูปกันแบบฉายเดี่ยว แบบสวีทหวานกันเป็นคู่และแบบหมูคณะ เอ๊ย! หมู่คณะกันอีกด้วย

ที่ผมตั้งหัวข้อคอลัมน์นี้ว่า “สามชุก In Love นั้น จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้มีความหมายอะไรมากมายหรอกครับ เพียงแต่ผมเห็นว่าหลายคนฮิตติดปากกับคำๆนี้ ตั้งแต่สมัย “ปายอินเลิฟ” กำลังเห่อกันใหม่ๆ จนตอนนี้ก็เริ่มซาๆลงไปบ้างแล้ว แต่อันที่จริง คำว่า In Love นั้น มันก็มีความหมายที่ดีมากๆในตัวของมันเองนะครับ ผมว่ามันเป็นความหมายที่ดีหากคุณมาเที่ยวสถานที่แบบนี้กับคนที่คุณรัก กับคู่เดทครั้งแรกของคุณ กับครอบครัว หรือกับเพื่อนรักสุดเลิฟของคุณ เพียงแค่นี้ คำว่า In Love คำนี้ ก็จะมีพลังส่งผลต่อจิตใจของคุณ สร้างภาพความทรงจำที่ค่อยๆถูกจารึกลงไปในหัวใจของคุณไปอีกนานแสนนานว่าครั้งนึงคุณเคยมาเยี่ยมเยือนที่นี่แล้วกับคนพิเศษของคุณ

ผมอยากให้คนไทยทุกคน ลองพยายามมองหาสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองไทยที่คุณอยากจะใส่ คำว่า In Love ต่อท้ายให้กับมันดูนะครับ เพราะผมเชื่อว่าสถานที่ท่องเที่ยวในบ้านเรานั้น มีความสวยงาม น่าหลงใหลและน่าจดจำอยู่หลายแห่งเลยทีเดียว ผมอยากให้พวกเราหันมาใส่ใจกับสิ่งที่บ้านเรามี หันมาสนใจกับความงดงามของผืนแผ่นดินไทยและให้ความรักกับมันให้มากขึ้น ให้บ้านของเราเป็นความทรงจำหนึ่งในใจคู่รักหลายๆคู่ ให้มันเป็นส่วนหนึ่งในความรักของคุณ แล้วคุณจะรู้ว่าจริงๆแล้ว บ้านของเราสามารถเป็น “Thailand In Love” ให้กับคนทุกคนทั่วโลกได้เลยทีเดียวครับ

อย่ามัวแต่หลงลืมความเป็นไทย หันไปใส่ใจแต่ของนอกกันเลยครับ ลองหันกลับมามองของดีๆในบ้านเรา หันมาใส่ใจกับความเป็นไทยและหันมาใส่ใจกับคนรอบข้างที่น่ารักกันบ้าง แล้วคุณจะพบกับความสุขที่อยู่ไม่ไกลจากตัวคุณเลยครับ

ตัวพ่อจูเนียร์

วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2553

คอลัมน์ตัวพ่อขอเม้าท์ # 01 : เมื่อ “รัก” ขาดความ “เข้าใจ”

ขอพักจากงานเขียนหนังสือเล่มหนาๆ ที่ต้องใช้เวลายาวๆ อย่าง How to เจ้าชู้ตัวพ่อ” ลองมานั่งเขียนคอลัมน์สั้นๆง่ายๆกระชับแต่ได้ใจความกันบ้างนะครับ

ผมเชื่อว่าหลายๆคนอาจมีนิสัยที่คล้ายๆกันหรือเหมือนกันกับผม นั่นก็คือ ชอบอ่านอะไรที่ไม่ยาวมากนัก ใช้เวลาอ่านน้อยๆ แต่อ่านแล้วน่าสนใจ ผมเลยเกิดไอเดียอยากลองเขียนคอลัมน์เกี่ยวกับชีวิตรักแบบสั้นๆออกมาดูบ้าง ก่อนที่ต่อมขยันในตัวมันจะถีบให้ผมลุกขึ้นมานั่งเขียนอะไรที่มันยาวๆจนกลายเป็นหนังสือเล่มหนาๆเล่มต่อไป

หลายวันมานี้ ผมมักจะเจอคำถามกับตัวเองว่าระหว่างความรัก ความผูกพันและความเข้าใจ อย่างไหนมันสำคัญที่สุด เพราะผมดันเจอเข้ากับปัญหานี้ด้วยตัวของผมเองและเพื่อนๆของผมหลายๆคนก็เจอะเจอและเผชิญกับมันอยู่เช่นเดียวกัน

บางคนก็บอกผมว่าความรักนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด บ้างก็บอกว่าความผูกพันเป็นสิ่งที่ทำให้คนสองคนต้องอยู่ร่วมกันและขาดกันเสียมิได้จึงทำให้เกิดความรักและอีกหลายคนก็บอกผมว่าความเข้าใจจะทำให้คนสองคนอยู่ร่วมกันได้ แต่ถ้าผมเกิดมีคำถามขึ้นในหัวล่ะครับว่า “ถ้าเกิดว่าเข้าใจกันแต่ไม่มีความรักและความผูกพันล่ะ” คนสองคนจะยังอยู่ร่วมกันไปเพื่ออะไร? เฮ้อ...จริงๆมันก็เป็นคำถามยียวนกวนประสาทของผมเองแหละครับ แต่สำหรับประเด็นที่ผมอยากจะหยิบยกขึ้นมาพูดนั่นก็คือ “เมื่อความรักขาดความเข้าใจ” อะไรมันจะเกิดขึ้น?

ผมเริ่มเข้าใจอย่างลึกซึ้งกับคำว่าความรักก็เมื่อได้พบปะกับมันด้วยตัวผมเองเข้าอย่างจัง ไม่ต้องสงสัยหรอกครับ ผมเองก็มีความรักเป็นเหมือนกันครับ ผมไม่ใช่ผู้ชายลั้ลลาไปวันๆอย่างที่ใครๆคิดอย่างแน่นอนครับ เพียงแต่ความรักของผมครั้งนี้มันไม่ได้ง่าย ไม่ราบรื่นและไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่เคยคาดคิดเอาไว้เลยสักนิด ไม่อย่างนั้นผมคงจะไม่มานั่งพูดถึงเรื่องนี้

ผมเริ่มมองลึกเข้าไปในความรู้สึกของตัวผมเองและตั้งคำถามกับตัวเองว่า ผมมีความรักให้กับผู้หญิงคนหนึ่งมากแค่ไหน มากเพราะอะไรและมากอย่างไร และผมก็ได้พบกับคำตอบว่า “รักของผมมันไม่มีเหตุผล ไม่มีคำว่าปริมาณและขนาดเลยสักนิด” เพราะมันคือความรักที่เกิดขึ้นรวดเร็วมากอย่างที่ผมเองก็ไม่ทันได้เตรียมใจตั้งรับเลยล่ะครับและเมื่อความรักมันเข้ามาเร็วจนเกินไป มันจึงทำให้ผมตั้งตัวแทบไม่ทัน ยืนก็แทบจะไม่ติด เล่นเอางงเป็นไก่ตาแตกไม่รู้ทิศเหนือทิศใต้ จนไม่รู้ว่าจะเล่นเกมนี้อย่างไรดี จึงเป็นเหตุให้ความรักของผมเริ่มมีปัญหามาตั้งแต่แรกเริ่มคบกัน ซึ่งโดยปกติการคบกันของคนทั่วๆไปนั้น น่าจะเริ่มต้นจากการคบหา ดูใจ จีบกันหวานซึ้ง จนน้ำผึ้งเริ่มออกอาการบูด จึงค่อยๆกลายเป็นน้ำผึ้งขมและค่อยๆเบื่อหน่ายกันไป แต่สำหรับของผมนั้น ผมเริ่มต้นจากความไม่เข้าใจกัน ไม่ไว้ใจซึ่งกันและกันเลยครับ มันฟังดูแปลกและยากเลยใช่ไหมล่ะครับที่คนสองคนที่เพิ่งจะคบหาดูใจกันจะไปกันได้รอดในสถานการณ์เช่นนี้ เพราะเราเริ่มมีปัญหาคลางแคลงใจกันตั้งแต่เรือรักยังไม่ทันจะออกจากปากอ่าวและด้วยนิสัยที่ไม่ค่อยยอมใคของเราสองคนจึงทำให้เรื่องมันยุ่งวุ่นวายกันไปใหญ่โต ทะเลาะกันได้ทุกวี่วัน เถียงกันได้ตลอดเวลา แต่ก็นั่นแหละครับ ในวิกฤติย่อมมีโอกาสเสมอ เพราะผมเองก็ยังอุตส่าห์พยายามประคับประคองความรักของผมให้อยู่รอดมาจนได้ แม้จะต้องแลกด้วยความเจ็บปวดและน้ำตาหลายปี๊บก็ตาม

สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้จากบทเรียนในครั้งนี้ก็คือ เมื่อเรามีความรักอยู่เต็มล้นในหัวใจ มันจะทำให้เราสามารถที่จะปรับตัว ปรับหัวใจ ปรับความแข็งกระด้างในตัวเองให้กลายเป็นความรักที่ค่อยๆเรียนรู้และเริ่มต้นคำว่า “ความเข้าใจ” กันไปทีละนิดทีละเล็กทีละน้อยและแล้วความเข้าใจของผมก็ค่อยๆเริ่มก่อตัวขึ้นมาหลังจากที่มีความรักเป็นตัวจุดประกายเป็นอันดับแรก ผมจึงได้ค้นพบแล้วครับว่า “หากความรักขาดความเข้าใจ” คนสองคนก็คงจะอยู่ร่วมกันได้ยาก “แต่หากความรักทำให้เราเรียนรู้ที่จะเข้าใจ” คนสองคนก็จะอยู่ร่วมกันได้อย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย แชร์ความรู้สึก ความสุข ความทุกข์ร่วมกันต่อไป

วันนี้ผมเองก็ยังสรุปไม่ได้หรอกครับว่าท้ายที่สุดแล้ว ปลายทางของความรักของผมและเพื่อนๆรอบข้างจะไปสิ้นสุดลงที่จุดใดหรือกับใคร แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้รับจากความรักและถือเป็นความรู้ใหม่ที่ควรค่าแก่การจดจำไว้นั่นก็คือ “ความรัก คือ ครูที่สอนให้เราเรียนรู้และเข้าใจคนอีกคนหนึ่งให้มากขึ้น ยอมละทิ้งความหยิ่งทรนง ละทิ้งคำว่าศักดิ์ศรีและกลายเป็นคนดีขึ้นได้เพื่อคนที่เรารัก” นั่นเป็นเพราะเราเริ่มเข้าใจคำว่าความรักและหัดมองมันในแง่บวกให้เป็น ดังนั้น ผมจึงอยากให้คุณผู้อ่านทุกท่านลองเปลี่ยนมุมมองในเรื่องของความรักกันดูบ้างนะครับ ลองคิดบวก ทำบวก และใส่ใจกับคำว่า “ความเข้าใจ” กันดูบ้าง แล้วคุณจะพบว่า “ความรักที่อยู่รอบตัวเรานั้นมันสามารถเปลี่ยนแปลงเราได้อย่างไร” คุณลองไปค้นหาคำตอบกันดูนะครับ....ผมขอเอาใจช่วยให้คุณค้นพบคำตอบของมัน

ตัวพ่อจูเนียร์

วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2553

How to เจ้าชู้ตัวพ่อ "กฎข้อที่ 10"

กฎข้อ 10

ตัวพ่อ...ต้องไม่เปลืองเงิน

และแล้วเราก็เดินทางกันมาจนถึงบทสุดท้ายที่ผมตั้งใจเอาไว้ของ “How to เจ้าชู้ตัวพ่อ” เล่มนี้กันแล้วนะครับ หวังว่าตั้งแต่ตอนต้นที่คุณได้เปิดอ่านเรื่อยมาจนถึงหน้านี้คุณจะได้รับแง่คิดหลากหลายมุมมองที่พอจะเป็นประโยชน์กับตัวคุณเองและคนรอบข้างได้บ้าง และไม่ว่าจะยังไงผมก็ยังคงยืนยันนะครับว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะบอกหรือชี้นำให้ใครต้องเปลี่ยนตัวเองมาเป็นคนเจ้าชู้เลยนะครับ แต่มันกำลังจะบอกกับคนที่กำลังคิดที่จะเป็นคนเจ้าชู้ว่าเขาควรจะทำตัวอย่างไรต่างหากถึงจะเป็นคนที่ดีมีจรรยาบรรณให้ได้มากที่สุด ดังนั้นโปรดใช้วิจารณญาณคิดไตร่ตรองกันให้ดีๆก่อนที่จะคิดและตัดสินใจทำอะไรกันลงไปด้วยนะครับ

มาถึงกฎข้อที่ 10 กันแล้วทั้งที่เป็นบทสุดท้ายแล้วของเล่มนี้ แต่ผมกลับรู้สึกอยากจะขยันขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกครับ ชักรู้สึกอยากจะเขียนมันต่อไปเรื่อยๆแล้วสิครับ (ฮ่าๆๆ) แต่เห็นทีจะทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะผมขอเลือกที่จะทิ้งท้ายบทนี้ให้มันเด็ดขาดถึงใจจะดีเสียกว่าเอาเรื่องมากมายมาบ่นมันไปเรื่อยๆแบบไม่มีสาระสำคัญอะไรเลย

กฎข้อนี้ผมขอพูดถึงเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งสำหรับมนุษย์ผู้ชายทุกคนที่เคยพบปะเจอะเจอกันมาแล้ว นั่นก็คือ “เรื่องเงินๆทองๆ” นั่นเองครับ เพราะแต่ไหนแต่ไรมาพวกเราต่างก็รู้กันดีว่า เราต้องสูญเสียเงินทองสิ่งของมีค่ามากมายไปมากมายเท่าไรกับเรื่องกามารมณ์และการเที่ยวเตร่สรรหานารีในยามค่ำคืน เพื่อเสาะแสวงหาใครสักคนที่จะเข้ามาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปให้กับชีวิต ทั้งที่ก็รู้ดีกันว่ายิ่งเราเทเม็ดเงินลงไปมากเท่าไร สิ่งที่ได้รับกลับคืนมานั้นก็ยิ่งลดคุณค่าและความบริสุทธิ์ใจให้น้อยลงไปด้วยเช่นกัน

ที่ผมพูดแบบนี้หลายคนอาจจะกำลังเข้าใจผิดว่าผมกำลังใส่ร้ายเพศหญิงหรือกำลังตำหนิเพศชายอยู่ แต่จริงๆแล้วผมไม่ได้คิดเช่นนั้นเลยครับ เพียงแต่ผมกำลังจะบอกว่าพวกผู้ชายอย่างเราหลายครั้งก็มองผู้หญิงผิดไปจริงๆครับ เพราะผู้หญิงที่ดีๆหลายคนไม่ได้ต้องการเงินไปมากกว่าความรักที่ผู้ชายคนหนึ่งจะมีให้เธออย่างเต็มหัวใจและผู้หญิงเองก็คงไม่คิดว่าผู้ชายที่เข้ามาพร้อมกับการเป็นพ่อบุญทุ่มใช้เงินซื้อทุกอย่างนั้นจะให้ความรักและความจริงใจกับเธอไปเสียทุกคน

ความหมายที่ผมกำลังจะสื่อสารให้พวกคุณได้รับรู้กันก็คือ “ความรักไม่สามารถใช้เงินเป็นตัววัดหรือซื้อหามาได้ง่ายๆครับ” ดังนั้นการที่คุณจะเป็นตัวพ่อที่ดีและเจ๋งได้จริงๆนั้น คุณควรลืมเรื่องการใช้เงินทองฟุ่มเฟือยเพื่อซื้อใจสาวๆกันได้เลยครับ ผมไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเป็นคนขี้งกหรือไม่มีน้ำใจของสุภาพบุรุษหรอกนะครับ แต่ผมกำลังหมายความว่าให้คุณเป็นคนรู้จักเลือกคนที่จะให้และรู้จักว่าควรให้ในลักษณะไหนเสียมากกว่าครับ

หากเราลองมาเปรียบเทียบมุมมองระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย ผมเชื่อว่าผู้ชายส่วนใหญ่คงไม่ต้องการได้ผู้หญิงที่เห็นตัวคุณมีค่าเพราะคุณมีเงินทองมากมาย คุณคงไม่ต้องการที่จะได้ผู้หญิงที่ใส่ใจแต่ของนอกกายโดยไม่ได้สนใจในเรื่องของความรู้สึกใดๆเลย ส่วนคุณผู้หญิงก็คงเช่นเดียวกัน คุณก็คงไม่ต้องการที่จะได้ผู้ชายที่มีนิสัยชอบโอ้อวดในเรื่องของความร่ำรวย ใช้เงินซื้อหาความสุขและไม่เคยคิดที่จะใส่ใจในเรื่องของความรู้สึกของคุณเลย เพราะการที่คนสองคนจะเริ่มต้นคบกันด้วยเรื่องเงินทองเป็นสาเหตุใหญ่นั้น จุดจบสุดท้ายก็คงจะมาถึงในเร็ววันและอาจจะจบลงได้เลวร้ายกว่าที่ใครหลายคนจะคาดคิดก็เป็นได้

ตัวพ่อรุ่นใหม่จึงควรลืมเรื่องการใช้เงินซื้อความสุขไปได้เลยครับ เพราะกฎในข้อที่ผ่านๆมาผมก็ได้แนะนำไปแล้วถึงการรู้จักเลือกคนที่ใช่ที่สุดและเมื่อคุณเลือกได้อย่างดีที่สุดแล้ว คุณก็จะไม่ต้องใช้เงินทองของคุณเข้ามาเกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อย บางคนอาจจะคิดว่าถ้าคุณไม่ใช้เงินทองดูแลผู้หญิงของตัวเอง เธออาจจะมองว่าคุณไม่เป็นสุภาพบุรุษหรือไม่เจ๋งพอก็เป็นได้ แต่ก็ช่างประไรครับหากเธอคิดแบบนั้นกับคุณจริงๆ คุณก็เลิกกับเธอเสียเถอะครับอย่ามัวเสียเวลาคบกันให้มันยืดยาวอีกเลยครับ

ตัวพ่อเมื่อคิดจะคบใครเราก็ต้องจริงใจตรงไปตรงมาอยู่เสมอ ดังนั้นการที่เราจะรู้ได้ว่าผู้หญิงคนไหนจะเป็นคนที่ดีและผ่านมาตรฐานของเรามากที่สุดก็ต้องลองทดสอบเธอดูในเรื่องการใช้เงินได้เลยครับ เพียงแต่เวลาที่คุณจะไปไหนมาไหนกับเธอคุณก็ต้องกล้าที่จะเอ่ยปากกับคำพูดง่ายๆว่า

“มื้อนี้ผมเลี้ยงเองนะครับ แต่ว่าคงทำไม่ได้บ่อยๆ นะจ๊ะ”

มันอาจจะฟังดูเหมือนคุณยากจนข้นแค้นนะครับ แต่ผมเชื่อว่าถ้าผู้หญิงคนนั้นเขามีจิตใจและความคิดที่ดีพอเขาก็น่าจะรู้และเข้าใจครับว่า ยุคนี้สมัยนี้เงินทองหายากแค่ไหน ต้องรู้จักกินต้องรู้จักใช้หากไม่รู้จักการวางแผนการใช้เงินมัวแต่ใช้ไปอย่างฟุ่มเฟือยต่อไปก็คงหมดไม่มีเหลือ ในทางกลับกันเผลอๆเธออาจจะเห็นว่าคุณเป็นคนตรงไปตรงมาน่ารักเสียด้วยซ้ำไปครับ

สำหรับคู่รักบางคู่เวลาไปไหนมาไหนด้วยกันก็ออกแนวช่วยกันอเมริกันแชร์ซะด้วยซ้ำไปครับ แม้ว่าจะเป็นการเริ่มต้นคบกันใหม่ๆก็ตามที แต่ต่างฝ่ายต่างก็รู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร ต่างคนต่างออก ผลัดกันเลี้ยงดูปูเสื่อแบบนี้ก็ถือว่าน่ารักไปอีกแบบครับ เพราะการทำแบบนี้จะยิ่งทำให้ต่างฝ่ายต่างได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันและเป็นการปลูกฝังในเรื่องการใช้เงินอย่างรู้คุณค่าเผื่อไว้ในวันข้างหน้าได้อีกด้วย

แต่ถ้าหากคู่ของคุณเป็นคู่ที่เวลาไปไหนมาไหนด้วยกันก็ตาม คุณต้องเป็นคนควักเงินจ่ายอยู่ตลอดเวลา แถมพอถึงวันเกิด วันครบรอบ วันพิเศษทีนึง คุณยังต้องหาซื้อของขวัญมาให้เธอในราคาที่แพงหูฉี่อยู่เสมอเธอถึงจะประทับใจ คุณก็เตรียมทำใจไว้ได้เลยครับว่า เมื่อถึงเวลาที่คุณอยากจะเปลี่ยนให้เธอกลับมาเป็นสาวสวยชอบความประหยัดได้นั้น คุณจะไม่มีทางทำได้อย่างแน่นอนครับ เผลอๆเธออาจจะรู้สึกหงุดหงิดและเริ่มเบื่อคุณขึ้นมาตะหงิดๆที่ไม่สามารถเอาอกเอาใจเธอได้เหมือนเคยและสุดท้ายเธอก็จะทิ้งคุณไปเพื่อที่จะไปหาผู้ชายคนใหม่ที่สามารถดูแลเธอได้ดีกว่าคุณ คราวนี้แหละครับเสียทั้งเงินเสียทั้งความรู้สึก เห็นมั้ยล่ะครับว่า การปลูกฝังในเรื่องความรักด้วยการใช้เงินนั้นมันไม่ได้ช่วยให้อะไรๆดีขึ้นได้เลยจริงๆ

แล้วตัวพ่ออย่างเราควรทำอย่างไรถึงจะทำให้การไม่ใช้เงินในการจีบสาวครั้งนี้ออกมาดีที่สุดล่ะ? ไม่มีอะไรที่ยากเกินไปเลยครับ เพียงแต่คุณต้องแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาว่าคุณเป็นคนแบบไหนเสียตั้งแต่แรก คุณทำงานอะไร รายได้มีอยู่ประมาณไหน ซึ่งอันนี้คุณไม่จำเป็นต้องมานั่งสาธยายบอกเธอเป็นตัวเลขหรอกนะครับ แต่คุณต้องทำให้เธอรู้ได้ด้วยการใช้ชีวิตของคุณเอง เธอสามารถเรียนรู้จากสไตล์การแต่งตัว รถยนต์ที่คุณขับและสิ่งแวดล้อมรอบตัวคุณได้ครับหรือคุณอาจจะเป็นคนที่รวยล้นฟ้าก็จริงแต่นิสัยของคุณนั้นกลับเป็นคนที่รู้จักใช้เงิน รู้จักการประหยัดและไม่ฟุ่มเฟือย คุณก็สามารถแสดงออกมาให้เธอสัมผัสกับตัวตนของคุณได้เลยครับและเธอจะเริ่มเรียนรู้เองครับว่า “ผู้ชายคนนี้จริงใจไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน”

จากนั้นเวลาไปไหนมาไหนด้วยกันคุณก็ต้องหัดพูดหรือแสดงความรู้สึกนึกคิดให้เธอรู้ครับว่าเงินทองแต่ละบาทที่จะใช้ไปนั้นมันมีค่ามากมายแค่ไหน คุณต้องเหน็ดเหนื่อยยังไงกว่าจะได้มันมา เธอก็จะเริ่มเห็นคุณค่าของเงินเช่นเดียวกันกับคุณและจะไม่ร้องขอในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องกับคุณอย่างแน่นอนครับ เพราะเธอรู้แล้วว่าคุณไม่ใช่พ่อบุญทุ่มที่มีแต่เงินแต่ไร้สมองครับ ผมขอเรียกวิธีการแบบนี้ว่า “การปลูกฝังลงไปในจิตสำนึก” กันเลยทีเดียวครับ ฉะนั้นรับรองว่านอกจากจะไม่มีใครว่าคุณเป็นคนขี้งกอย่างไร้น้ำใจแล้ว คุณยังจะกลายเป็นคนดีที่มีสมอง ขยันขันแข็ง รู้จักกินรู้จักใช้ น่าจับมาทำสามีซะจริงๆเลยครับ (ฮ่าๆๆๆ)

ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยยังไงก็ยังชอบผู้ชายที่เป็นคนดี รู้จักทำมาหากิน รู้จักเก็บหอมรอมริบอย่างแน่นอนครับ เพราะมันทำให้พวกเธอมั่นใจได้ว่าในอนาคตหากพวกเธอฝากชีวิตเอาไว้กับผู้ชายคนนี้ (ไม่ว่าเธอจะเป็นคนที่เท่าไรของเขาก็ตาม) พวกเธอก็ยังมั่นใจได้เต็ม 100% ว่าชีวิตของพวกเธอจะไม่ลำบากอย่างแน่นอน

ซึ่งเรื่องนี้ผมขอพูดยกตัวอย่างถึงผู้ชายที่มีบ้านเล็กบ้านน้อยกันซะหน่อยนะครับ หลายๆคนคงเคยเห็นตัวอย่างทั้งในชีวิตจริงและในละครกันไปบ้างแล้วที่เมื่อคนๆนึงมีบ้านเล็กบ้านน้อยไม่ว่าเขาจะร่ำรวยสักแค่ไหนก็ตาม เมื่อถึงเวลาที่เขาจะต้องจากโลกใบนี้ไปก็มักจะต้องเขียนพินัยกรรมเงินล้านเอาไว้หรือจัดสรรปันส่วนมรดกเอาไว้ให้คนข้างหลังที่รอคอยเงินก้อนนี้อยู่ แต่สุดท้ายเมื่อเขาจากโลกนี้ไปแล้วจริงๆ ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดหวังเอาไว้ เมื่อบ้านเล็กบ้านใหญ่ก็เริ่มหาเรื่องตีกันแย่งชิงมรดกเลือดอย่างไม่มีวันจบสิ้น ความทุกข์ยากก็ต้องไปตกอยู่กับลูกหลานกันต่อไป

นั่นอาจเป็นเพราะเขาปลูกฝังความรักไว้ด้วยการเลี้ยงดู อุ้มชู ให้เงินทองเป็นเหมือนสายใยในความรักของเขานั่นเองครับ มันอาจจะไม่ถูกต้องไปเสียทั้งหมดแต่ก็มีส่วนเป็นความจริงอย่างแน่นอนครับ เมื่อเขาดูแลบ้านเล็กด้วยเงินทองไปเรื่อยๆแต่ไม่เคยรู้จักสอนให้บ้านเล็กหาเงินหาทองได้ด้วยตัวเองเลย เมื่อถึงวันนึงที่เขาจากไปจริงๆ เธอก็จะไม่รู้จักการหาเงินหาทองเพื่อมาเลี้ยงดูตัวเองและดูแลครอบครัวได้เลย คราวนี้แหละครับงานเข้ากันเลยทีเดียว ภาระปัญหาต่างๆจึงบังเกิดยังไงล่ะครับ

เห็นมั้ยล่ะครับว่าการใช้เงินเป็นที่ตั้งนั้นเป็นเหมือนดาบสองคมกันเลยก็ว่าได้ครับ แต่หากเราลองเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่ ปรับโฉมใหม่แห่งวงการตัวพ่อยุคดิจิตอล หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีบ้านเล็กบ้านน้อยอยู่แล้วหรืออาจจะมีได้ในวันข้างหน้าก็ตาม (ผมไม่ได้สนับสนุนให้มีกันหรอกนะครับ แต่ถ้ามีอยู่แล้วก็ควรรับฟังไว้บ้างก็ยังดี) ผมขอแนะนำครับว่าคุณไม่ควรจะเริ่มต้นเลี้ยงดูใครด้วยเงินทองของคุณอย่างเด็ดขาดแต่ควรปลูกฝังและแนะนำให้พวกเธอสามารถออกไปทำงาน ดูแลกิจการหรือมีความสามารถมากพอที่จะทำเงินทองของเธอให้งอกเงยได้โดยไม่ต้องพึ่งพาคุณไปเสียทุกอย่าง เพียงแต่อาจจะต้องมีคุณคอยเป็นผู้ให้กำลังใจให้ความช่วยเหลือพวกเธอในด้านเงินทุนในช่วงเริ่มต้นก็เท่านั้นเองและแม้ว่าวันนึงพวกเธอจะขาดคุณไปแล้วจริงๆ พวกเธอก็จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ลำบาก หากคุณทำได้แบบนี้การที่พวกเธอเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคุณนั้นก็จะมาจากพื้นฐานของความรักและความจริงใจต่อกันอย่างแท้จริง โดยที่ไม่มีสิ่งใดแอบแฝง แม้ว่าวันนึงคุณอาจจะพลาดพลั้งล้มลงจนธุรกิจที่คุณเคยสร้างมากับมือย่อยยับไม่เหลือเงินทองเลยแม้แต่บาทเดียว พวกเธอก็จะไม่มีวันทิ้งคุณไปไหนครับ ผู้หญิงบางคนรักคุณมากจนถึงกับช่วยเหลือคุณอย่างเต็มที่เพื่อให้คุณกลับมามีชีวิตที่ดีขึ้นดังเดิมเสียด้วยซ้ำไป นั่นเพราะคุณให้ความรักและความบริสุทธิ์ใจเป็นที่ตั้งของความรักที่คุณมีให้กันและกันยังไงล่ะครับ เห็นมั้ยล่ะครับว่าความรักนั้นลึกซึ้งและยิ่งใหญ่เพียงใด

ผมจึงอยากให้คุณลองหันมาเปลี่ยนแปลงมุมมองความคิดและการใช้ชีวิตของตัวเองกันเสียใหม่ครับ หากวันนี้คุณคิดที่จะเป็นผู้ชายเจ้าชู้แบบตัวพ่อ คุณก็ต้องเป็นตัวพ่อที่มีคุณค่ามีจรรยาบรรณมากพอที่ใครๆจะนับถือและให้ความไว้วางใจ เพราะการมีความรักนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผิด แม้ว่าหลายๆครั้งความรักของคุณจะเป็นความรักที่ดูผิดศีลธรรมอันดีงามก็ตาม แต่หากคุณรู้จักการดูแลทะนุถนอม การจัดการและให้ความสำคัญกับมันมากพอ ความรักแบบนี้ก็จะไม่มีวันทำร้ายใครให้ต้องเจ็บช้ำใจ จากที่เคยถูกสังคมมองว่าผู้ชายเจ้าชู้เป็นตัวก่อปัญหาให้กับสังคม วันนึงข้างหน้าคุณอาจเป็นคนหนึ่งที่ทำให้สังคมนี้กลับมาดีขึ้นก็เป็นได้หากว่าคนทุกคนรู้จักยอมรับความจริงและไม่วิ่งหนีปัญหาที่มันเกิดขึ้นจริงอยู่แล้วภายในสังคมของเราทุกวันนี้

มีผู้ชายมากมายที่แอบหนีภรรยาไปมีกิ๊ก แอบไปมีบ้านเล็กบ้านน้อยแล้วก็ไม่รู้จักการรับผิดชอบที่ถูกต้อง มีผู้ชายมากมายที่เคยเป็นคนดีมาตั้งแต่ตอนสมัยยังหนุ่มแต่เมื่ออายุมากเข้าก็เกิดอาการดีแตกกลายเป็นป๋าหื่นบ้ากามไปเสียอย่างนั้น บางคนทิ้งลูกทิ้งเมียไม่รู้จักใส่ใจใยดีไร้ความรับผิดชอบของลูกผู้ชายและมีผู้ชายมากมายที่ใช้เงินซื้อความไคร่จนไม่สนใจเลยว่าสาวๆที่เขากำลังจ่ายเงินให้อยู่นั้นจะเด็กเกินไปหรือรุ่นราวคราวหลานสักแค่ไหน นี่แหละครับปัญหาสังคมของจริงที่บางครั้งคุณผู้หญิงต่างก็พากันปฏิเสธและทำเป็นเหมือนไม่ยอมรับรู้รับฟังใดๆ ได้แต่เพียงบอกว่า “สามีของฉันเป็นคนดีและจะไม่มีวันทำแบบนั้นอย่างแน่นอน” แต่คำถามก็คือ หากวันนึงมันเกิดขึ้นกับตัวคุณจริงๆ คุณจะรับมือกับเรื่องเหล่านี้ยังไงล่ะครับ จะปล่อยให้มันทำลายชีวิตคุณหรือจะปรับตัวให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขดี

โลกใบนี้ไม่มีคำว่ายุติธรรมเสมอไปหรอกนะครับ อะไรที่ผู้ชายทำได้ก็ไม่ได้แปลว่าผู้หญิงต้องทำได้ด้วยเสมอไป เพราะมันเป็นแบบนี้มาเนิ่นนานกว่านับพันนับหมื่นปีแล้วครับ หากผู้หญิงต้องการที่จะเปลี่ยนผู้ชายเจ้าชู้ให้กลายเป็นลูกแมวเหมียวที่เชื่องกับคุณ ผมว่าลองช่วยกันหยุดแกนโลกไม่ให้หมุนต่อยังจะง่ายเสียกว่าครับ

ผมจึงอยากทิ้งท้ายเรื่องราวของ How to เจ้าชู้ตัวพ่อ” เล่มนี้ไว้ด้วยคำแนะนำที่อยากให้ผู้อ่านทุกคนลองเปิดกว้าง เปิดตา เปิดใจ เปิดสมองรับมุมมองใหม่ๆที่กว้างขึ้นและแตกต่างออกไปครับ เพราะเรื่องราวต่างๆที่ผมพูดมานั้นล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจริงในสังคมทั้งสิ้น เพียงแต่อาจจะยังไม่มีใครที่คิดจะแก้ไขและปรับปรุงมันอย่างจริงจังเสียที ผมอยากให้คู่รักหลายๆคู่หันหน้ามาพูดคุยกันครับ ทำความเข้าใจกันให้มากขึ้น ช่วยกันทำความรักที่มีอยู่ให้ยั่งยืนยาวนาน มีปัญหาก็ร่วมแก้ มีสุขก็ร่วมเสพ มีทุกข์ก็ร่วมต้าน ดีกว่าพากันวิ่งหนีปัญหาและก็ทิ้งมันไว้ให้กับสังคมนี้ของเรา

ผู้ชายเจ้าชู้หากมีจรรยาบรรณมากพอ แม้จะไม่สามารถเป็นคนดีที่สุดได้แต่อย่างน้อยคุณก็พยายามทำทุกอย่างให้มันดีขึ้นได้ครับ

แล้วกลับมาพบกันใหม่โอกาสหน้าที่ผมจะมีโอกาสนำเรื่องราวลับๆที่หลายคนอาจจะรู้แต่ไม่เคยพูดถึง บางคนอาจจะเคยทำแต่ก็ไม่กล้ายอมรับ มาเปิดเผยให้คุณได้รับรู้กันอย่างชัดแจ้งเห็นจริงกันครับ

ขอบคุณจากใจครับ...ตัวพ่อจูเนียร์