What am I thinking now?

Kittiphun said : ใกล้สิ้นปีอีกแล้ว...ใครที่ยังไม่ได้ใช้ชีวิตให้คุ้ม ยังไม่ได้ทำอะไรที่อยากทำ ก็รีบๆทำกันซะนะครับ
Powered By Blogger

วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

How to เจ้าชู้ตัวพ่อ "กฎข้อที่ 3"

กฎข้อ 3

ตัวพ่อ...ต้องรุกและรับ

หลังจากที่คุณได้ตัดสินใจแล้วว่าคุณจะขอลองเดินหน้าลุยเข้าสู่สนามรัก่ในนามของ “ตัวพ่อ” สักครั้งในชีวิตโดยไม่หวาดหวั่นหรือเกรงกลัวต่อสิ่งใด คุณก็ต้องมาเริ่มเรียนรู้กันแล้วล่ะครับว่าการที่จะเอาตัวให้รอดและได้รับชัยชนะได้นั้น คุณควรจะปฏิบัติตัวเช่นไร อ๊ะๆ...ไม่ต้องกลัวครับว่าคุณจะรบอย่างโดดเดี่ยว เพราะเวทีแห่งนี้ยังมีพี่เลี้ยงให้กับคุณครับ

เมื่อคุณพกความมั่นใจและความมุ่งมั่นในการจีบหญิงมาเต็มกระเป๋าแล้ว คุณก็ไม่ควรจะหลงลืมที่จะพกเอาเทคนิคต่างๆในการจีบหญิงของคุณติดตัวมาด้วย เพราะถ้าคุณหากมีแต่ความมั่นใจเพียงอย่างเดียวแต่ไร้ท่วงท่า ลีลาและท่วงทำนองที่ถูกต้อง คุณก็อาจกลายเป็นพ่อไก่อ่อนไปโดยปริยายได้เช่นเดียวกัน

แต่แหม...พูดมาถึงขนาดนี้หลายคนคงคิดแล้วสินะครับว่ามันจะยากเย็นอะไรนักหนามันก็แค่การหลีหญิงเท่านั้นแหละว๊า ผมเองก็ไม่ได้บอกครับว่ามันยาก แต่ว่ามันก็ไม่ได้ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากหรอกนะครับ และสิ่งที่เราจะเรียนรู้กันในกฎข้อนี้ ก็คือ “เทคนิคการรุกและการรับ” เมื่อคุณเริ่มจีบหญิงนั่นเอง

ความรักแม้จะจับต้องไม่ได้ก็จริง แต่เราก็สามารถสัมผัสมันได้ด้วยความรู้สึกและหัวใจ ความรักจึงมีท่วงทำนองเป็นของตัวเองที่พริ้วไหวดั่งสายน้ำ มีขึ้น มีลง มีนุ่มนวล มีหนักแน่น เปลี่ยนไปได้เรื่อยๆตามแรงผลักดันระหว่างคนสองคนที่มีความรู้สึกที่ดีให้แก่กัน

บางครั้งความรักก็ร้อนแรงดั่งเพลิงที่หล่อหลอมดวงใจของคนสองคนให้หลอมรวมเป็นหนึ่งดั่งรักที่หวานซึ้งซาบซ่านจับจิตจับใจ แต่บางครั้งความรักก็ดูแข็งแกร่งและเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งที่กัดเซาะเกาะกินหัวใจเปรียบดั่งเข็มนับร้อยนับพันเล่มพุ่งเข้าที่มแทงให้เจ็บเจียนตาย

ยิ่งคิดถึงเรื่องความรักมากเท่าไร ก็ยิ่งเข้าใจความรักได้ยากยิ่งขึ้นเท่านั้น ยิ่งวิ่งเข้าหาก็ดูเหมือนว่าจะยิ่งไกลห่าง บางคนไม่เคยต้องการแต่กลับได้รับความรักกลับมาโดยไม่รู้ตัว ความรักจึงเหมือนกับการเล่นเกม่เดาใจที่คุณต้องเดาจิตใจและความคิดของฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอและเมื่อเกมจบลงก็ต้องมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่ต้องได้รับชัยชนะกลับไป

แหม...ผมนี่พร่ำพรรณาจนดูโอเว่อร์เกินไปจริงๆนะครับเนี่ย (ฮ่าๆๆๆ) แต่ที่ผมสาธยายมาทั้งหมดนี้มันก็คือความหมายของความรักที่ยากแท้หยั่งถึงจริงๆครับ แต่วันนี้ผมจะลองเอามันมาขยำมาขยี้และพยายามสรุปให้ได้ใจความให้พวกคุณเข้าใจกันได้ง่ายมากที่สุดแล้วกันนะครับ

สรุปแบบง๊าย...ง่าย ก็คือ การจะจีบผู้หญิงสักคนหนึ่งคุณต้องรู้ว่าเวลาใดควรรุกและเวลาใดควรรับ คุณควรมีชั้นเชิงในการพูดคุยและเข้าหา คุณต้องรู้จักการตีตัวออกห่างและเริ่มรุกเข้าใส่อีกครั้งอย่างไม่ให้เธอตั้งตัวได้ ซึ่งเทคนิคเหล่านั้นไม่ได้ยากเย็นเกินไปเลยครับที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจ

เริ่มต้นจากการรุกกันก่อนเลยนะครับ เรื่องนี้เชื่อว่าหลายคนคงพอจะเข้าใจกันอยู่แล้วโดยธรรมชาติว่าถ้าจะจีบผู้หญิงสักคนหนึ่งเราควรจะรุกกันอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น ชายหนุ่มขอนัดหญิงสาวสวยน่ารักที่แอบชอบมานานไปทานข้าวด้วยกันแบบสองต่อสอง บางคนก็ขอนัดพาไปดูหนังรักโรแมนติกด้วยกัน บางคนก็พาไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันสองคน แต่บางคนก็ขอพาไปทานข้าวด้วยกันที่บ้านแล้วรีบเผด็จศึกในทันที

“วิธีการรุก” มีอยู่เป็นร้อยวิธีเลยล่ะครับแต่เราจะเลือกใช้วิธีไหนย่อมต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ครับ แต่การรุกสำหรับผมนั้นผมขอแนะนำครับว่า เราควรจะใช้มันในทุกๆวินาทีที่ได้อยู่ใกล้เป้าหมายเลยล่ะครับ

เริ่มต้นจากการทักทาย พูดคุยและใช้เสน่ห์ของคุณตามลำดับที่ผมได้แนะนำไปแล้วในเบื้องต้นและทุกครั้งที่คุณมีโอกาสได้พูดคุยกับเธอ คุณก็ควรปล่อยหมัดรุกคืบเข้าไปหาเธอบ้างเพื่อให้เธอพอที่จะสามารถสัมผัสและรับรู้ได้ว่าคุณกำลังเริ่มจีบและหมายปองเธออยู่

ผมจะขอยกตัวอย่างสถานการณ์ในการพูดคุยของเพื่อนผมที่ชื่อ ไอ้ C กับน้องหวานนักศึกษาสาวสวยเซ็กส์ซี่คนหนึ่งให้พอเข้าใจแล้วกันนะครับ ซึ่งน้องหวานคนนี้เธอเป็นลูกค้าที่มาใช้บริการที่ร้านอินเตอร์เนทของมันบ่อยๆน่ะครับ

ไอ้ C : หวัดดีครับ (มองเธอด้วยสายตาหวานเยิ้มเพื่อให้เธอรู้ว่ามันแอบชื่น

ชมเธออยู่)

น้องหวาน : ... (ยิ้มให้กับไอ้ C โดยไม่ได้พูดอะไร)

ไอ้ C : แหม...วันนี้มาเล่นเนทแต่วันเลยนะครับ เห็นปกติมาเล่นดึกๆ

น้องหวาน : อ๋อ...วันนี้ว่างค่ะ ขอซื้อคูปองแบบ 3 ชั่วโมงค่ะ (ไอ้ C หยิบ

คูปองอินเตอร์เนทให้กับเธอ พร้อมกับยิ้มให้)

ไอ้ C : วันนี้แต่งตัวน่ารักจัง นัดใครไว้เหรอครับ

น้องหวาน : ขอบคุณค่ะ (ยิ้มเขินๆ) ไม่ได้นัดใครค่ะ วันนี้ว่างๆ เลยตั้งใจว่า

จะไปเดินเล่นแถวนี้ช่วงเย็นๆ น่ะค่ะ

ไอ้ C : ไปคนเดียวเหรอครับ เหงาแย่เลย อยากไปด้วยบ้างจัง

น้องหวาน :(เธอยิ้มให้แล้วเดินเข้าไปเล่นอินเตอร์เนทตามปกติ)

จากตัวอย่างนี้จริงๆแล้วไอ้ C เพื่อนผมมันไม่ได้ทำอะไรมากมายหรอกครับ เพียงแต่มันเริ่มเปิดฉากรุกแบบลองเชิงเพื่อเช็คการตอบสนองของน้องหวานและเป็นการเช็คไปในตัวด้วยครับว่าเธอมีแฟนหรือมีใครมาจีบเธอบ้าง

คราวนี้เราลองมาดูสถานการณ์ต่อไปกันบ้างดีกว่านะครับ เพราะหลังจากที่ไอ้ C เริ่มพูดคุย ทักทายและเริ่มรุกเข้าใส่น้องหวานไปบ้างแล้ว มันก็เริ่มปฏิบัติการณ์อย่างต่อเนื่องมากขึ้น ซึ่งคราวนี้มันรุกเข้าไปหาเธอถึงคอมพิวเตอร์เครื่องที่อยู่ติดกับเธอเลยล่ะครับ

ไอ้ C : (เข้าไปนั่งเล่นอินเตอร์เนทใกล้ๆกับน้องหวานและหันไปมองเธอ

เล็กน้อย) หวัดดีครับ มาเล่นแทบทุกวันเลยน๊า...

น้องหวาน : ... (หันมามองมันแล้วยิ้มทักทาย)

ไอ้ C : น้องหวานเล่นเฟซบุครึเปล่าครับ?

น้องหวาน : เล่นค่ะ แล้วพี่ล่ะคะ?

ไอ้ C : เล่นสิครับ แหม...ไม่มีจะกล้าถามเหรอครับ (หันไปยิ้มให้เล็กน้อย)

แล้วอีเมลล์ของหวานล่ะครับ ขอหน่อยได้มั้ย เดี๋ยวพี่จะแอดไปน่ะ

ครับ เผื่อมีอะไรจะได้อัพเดทกันได้

น้องหวาน : อ๋อ...ได้ค่ะ (แล้วเธอก็บอกอีเมลล์ของเธอให้กับไอ้ C เพื่อน

ของผม)

ไอ้ C : ขอบคุณนะครับ (รีบแอดไปหาน้องหวานอย่างสายฟ้าแล่บ) แอดไป

แล้วนะจ๊ะ รับด้วยล่ะ

น้องหวาน : อืม...ไหนคะ อ๋อ...เจอแล้วค่ะ รับแล้วนะคะ

ไอ้ C : (คลิกเข้าไปดูรูปของน้องหวานในทันที)ว้าว...รูปน่ารักจังครับ (น้อง

หวานหันมายิ้มให้เล็กน้อย)แหม...น่ารักแบบนี้ แล้วรูปแฟนอยู่

ไหนน๊า...?

น้องหวาน : (หัวเราะอย่างขวยเขินเล็กน้อย) ไม่มีค่ะ ถ้ามีก็เห็นแล้วสิคะ

อ่ะ...แล้วของพี่ล่ะ ไม่เห็นมีรูปแฟนบ้างเลย (น้อง หวานเองก็เข้า

ไปดูรูปของเพื่อนผมเหมือนกัน)

ไอ้ C : อ๋อ...แฟนน่ะมีจ่ะ แต่ไม่ได้ลงรูปหรอกเดี๋ยวน้องหวานก็รู้หมดน่ะสิ

ว่าพี่มีแฟนแล้ว

น้องหวาน : (หันมามอง) แหม...มีแฟนแล้วมานั่งคุยกับหวานเนี่ย ระวังนะ

คะ เดี๋ยวแฟนพี่จะว่าเอาน๊า...

ไอ้ C : ไม่ว่าหรอกครับ ก็พี่ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นา แล้วหวานล่ะ จะว่าอะไร

หรือเปล่า?

น้องหวาน : หวานจะว่าอะไรล่ะคะ หวานไม่ใช่แฟนพี่นี่นา

ไอ้ C : (ส่งข้อความให้น้องหวานในเฟซบุค) “ขอเบอร์หน่อยได้มั้ยครับ^^

เผื่อว่างๆจะได้ชวนไปเที่ยวด้วยกันบ้าง”

น้องหวาน : (หันมามองเพื่อนผมแล้วหัวเราะเบาๆ)

ช่วงเวลานี้คือช่วงที่เพื่อนผมรอคอยอย่างใจเย็นครับ มันนั่งอมยิ้มเล็กๆ แล้วก็ดูรูปของน้องหวานไปเรื่อยๆ ปากก็ชมเธอไม่หยุด “รูปนี้ก็น่ารักนะครับ” “อันนี้ถ่ายที่ไหนเนี่ย อยากไปบ้างจัง”

ไม่นานครับพี่น้อง ข้อความที่มันรอคอยก็มาถึง

น้องหวาน : “086-xxxxxxx ขอเบอร์หวานไปไม่กลัวแฟนว่าเหรอคะ ^^

ไอ้ C : (หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเมมเบอร์น้องหวานทันที แล้วกดโทรออก

ยิงไปที่เครื่องน้องหวานหนึ่งครั้ง) ขอบคุณนะครับ (มันหันมายิ้มให้

น้องหวาน)

จากนั้นเพื่อนผมมันก็ส่งข้อความในเฟซบุคกลับไปให้เธออีกครับ

ไอ้ C : “ขอบคุณนะจ๊ะ เดี๋ยวจะรีบชวนไปเที่ยวด้วยเลยล่ะ น่ารักแบบนี้

เดี๋ยวจะมีใครมาแย่งไปเสียก่อน ^^

น้องหวาน : ... (นั่งอมยิ้มแล้วแสดงอาการเขินอย่างเห็นได้ชัด)

ไอ้ C : เดี๋ยวพี่ขอตัวก่อนนะครับ แล้วคุยกันจ่ะ (มันลุกออกจากเครื่อง

คอมพิวเตอร์อย่างผู้กำชัยชนะ)

จากที่ผมยกตัวอย่างมานี้อาจจะดูเหมือนน้องหวานให้เบอร์กับเพื่อนผมง่ายจนเกินไปหรือบางคนอาจคิดถึงเหตุผลมากมาย แต่จริงๆแล้วมันมีเหตุผลเพียงไม่กี่ข้อหรอกครับ

ข้อแรกก็คือเพื่อนผมใช้เสน่ห์ในการพูดคุย ทักทายและทำความรู้จักกับน้องหวานมาพอสมควรแล้ว โดยที่มันดูออกว่าน้องหวานก็เต็มใจที่จะพูดคุยด้วยอย่างสนิทสนม

ข้อที่สองก็คือน้องหวานมีท่าทีและสัญญาณที่บ่งบอกจนทำให้เพื่อนของผมจับ Sense ได้ครับว่าน้องหวานน่าจะมีใจให้มันอย่างแน่นอน

และข้อที่สามที่สำคัญมากๆหลังจากเปิดเกมรุกจนสำเร็จลุล่วงไปอย่างสวยงามแล้วก็คือเพื่อนผมมันวางหมากไว้อีกชั้นเรียบร้อยแล้วครับ เพราะมันบอกกับน้องหวานไปแล้วครับว่ามัน “มีแฟนแล้ว” และมันก็เช็คเรียบร้อยอีกเช่นกันครับว่า “น้องหวานมีท่าทีไม่ได้แคร์เลยว่ามันจะมีแฟนหรือว่าไม่มี เพราะยังไงเธอก็มีใจให้มันเรียบร้อยแล้ว โดยดูจากท่าทีในการพูดคุยและเบอร์โทรศัพท์ที่เธอให้กับมันมาอย่างง่ายดาย”

ดังนั้นขอสรุปง่ายๆเลยครับว่า เพื่อนตัวพ่อของผมคนนี้ได้ใจและกายของน้องหวานมาหลังจากนั้นเพียงไม่นานโดยไม่ต้องสืบเลยล่ะครับ (แต่มันจะได้กันยังไงอดใจรออีกนิดเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังนะครับ อิๆ)

เรื่องที่ผมเอามาเล่าให้ฟังนี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างในเทคนิคการรุกของเพื่อนผมช่วงที่เริ่มต้นจีบน้องหวานตอนแรกๆเท่านั้นนะครับ ส่วนเรื่องราวหลังจากนั้นผมจะขอนำไปเล่าในกฎข้อต่อๆไป เพราะต่อจากนี้จะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องและต่อเนื่องกันกับกฎต่างๆที่ผมจะแนะนำให้กับคุณครับ

คราวนี้ก็มาถึงเทคนิคใน “การรับ” หรือเรียกเต็มๆว่า “การตั้งรับ” กันบ้างครับ จริงๆแล้วคำว่า “การตั้งรับ” ในเชิงการจีบสาวของผมนั้นอาจจะมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป เพราะมันไม่ได้หมายความว่าผู้ชายอย่างเราจะถูกสาวๆมาเปิดฉากจีบก่อนแล้วจึงตั้งรับเท่านั้น แต่มันหมายถึงการวางตัวอย่างเหมาะสม ใจเย็น คอยดูท่าทีและรอคอยจังหวะในการรุกกลับอีกด้วยครับ

เราจะตั้งรับสาวๆเหล่านี้ได้อย่างไร? คุณอาจจะยังคิดไม่ออกหรืออาจคิดไม่ทันเมื่อโดนสาวๆรุกเข้ามาหาโดยไม่ทันตั้งตัว แต่คุณรู้มั้ยครับว่า บางครั้งการตั้งรับก็สร้างเสน่ห์ให้กับผู้ชายได้เช่นกัน

ตัวอย่างเช่น

กรณีที่ 1 เมื่อเราเริ่มพูดคุย ทักทาย ทำความรู้จักและบริหารเสน่ห์กับสาวสวยเป้าหมายของเราไปบ้างแล้ว ก็ต้องมาถึงช่วงของการดูเชิงกันบ้าง เพื่อทำให้สาวๆอ่านทางเราไม่ออกหรือรู้สึกเบื่อมุกเดิมๆของเราจนเกินไป เช่น หากคุณเคยพูดจาหยอกล้อเธอทุกครั้งหลังจากได้ทักทายกันไปแล้ว คุณก็ควรหยุดทำบ้างเป็นครั้งคราวเพื่อให้การกระทำของคุณดูไม่ซ้ำซากหน้าเบื่อจนเกินไป (เพราะคุณอาจถูกมองว่าเป็นไอ้หน้าหม้อได้หากทำบ่อยๆแบบไม่มียั้ง) คุณลองเปลี่ยนท่าทีมาเป็นแค่พูดจาทักทายแล้วส่งยิ้มหวานๆให้เธอและตามด้วยการเดินจากไป นั่นก็อาจทำให้เป้าหมายเริ่มเดาใจคุณไม่ถูกว่าคุณจะมาไม้ไหนได้เช่นกัน

กรณีที่ 2 การตั้งรับอีกแบบก็คือ การทำให้เป้าหมายเข้าใจว่าคุณไม่ได้มีความต้องการที่จะจีบเธออย่างหื่นกระหายหรือพูดง่ายๆคือ “กูไม่ได้มึง กูก็ไม่ตาย” หรือ “เล่นตัวนิดนึง” นั่นเองครับ แต่การจะแสดงออกแบบนี้นั้นอาจต้องใช้เวลามากนิดนึงครับ เช่น เมื่อคุณขอเบอร์โทรศัพท์ของเธอไปแล้วแต่คุณไม่โทรกลับไปหาเธอในทันที โดยปล่อยให้เธอรอสักระยะหนึ่งและเมื่อคุณโทรกลับไปหาเธอ คุณก็แค่พูดคุยกับเธอเฉยๆและไม่ได้รีบร้อนนัดเธอไปเที่ยวที่ไหน ซึ่งการกระทำแบบนี้จะยิ่งทำให้เธอจับทางของคุณไม่ได้ครับ และเมื่อเป้าหมายเริ่มคิดว่าคุณไม่ได้เป็นผู้ชายเจ้าชู้อย่างที่เธอคิด เธอก็จะเริ่มไว้วางใจในตัวคุณและเมื่อถึงเวลาที่คุณเอ่ยปากชวนเธอออกไป เธอก็อาจจะตอบรับคำเชิญของคุณได้ง่ายดายมากขึ้นครับ

กรณีที่ 3 คือ การวางตัวให้ดูเหมือนกับว่าคุณยอมให้กับเธอ คุณตามเธอไม่ทันหรือคุณทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเธอถือไพ่เหนือกว่าคุณนั่นเองครับ วิธีเหล่านี้คือการทำให้เป้าหมายตายใจและไว้วางใจในตัวคุณอีกวิธีหนึ่งครับ และวิธีแบบนี้ยังเป็นประโยชน์สำหรับคุณที่จะมีโอกาสวิเคราะห์ว่าเธอจะมาไม้ไหนและดูว่าเธอเป็นคนอย่างไรกันแน่

ฟังดูแล้วอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจใช่มั้ยครับ ผมจะขออธิบายแบบนี้แล้วกันครับว่าผู้ชายส่วนใหญ่มักคิดว่าตัวเองเก่งกาจ ดูดี ฉลาดและมีความสามารถเหนือกว่าผู้หญิงอยู่เสมอๆจนทำให้ความน่ารักในตัวเองและเสน่ห์ของผู้ชายนั้นลดน้อยลงไป การที่ผู้ชายชอบเอาชนะมากจนเกินไปก็มักจะทำให้ผู้หญิงรู้สึกแย่ไปเลยก็ได้เมื่ออยู่กับเรา ผมจึงขอแนะนำครับว่า “เราต้องหัดยอมให้กับผู้หญิงบ้าง ทำให้พวกเธอรู้สึกเก่งกว่าเราบ้างในบางครั้ง”

ตัวอย่างเช่น

เมื่อไปทานอาหารด้วยกัน : ควรให้เธอสั่งอาหารก่อน โดยคุณควรบอกกับเธอว่า “ผมไม่ค่อยเก่งในเรื่องการสั่งอาหารเลยครับ คุณช่วยสั่งให้หน่อยได้มั้ย ผมว่าคุณสั่งมาต้องอร่อยถูกใจผมแน่ๆเลยครับ”

เมื่อเธอเล่าอะไรให้คุณฟัง : คุณควรเป็นผู้ฟังที่ดีและทำตัวเองเหมือนคนที่ไม่รู้อะไรมาก่อนเลย (แม้ว่าจะรู้แล้วก็ตาม) แล้วใช้คำพูดและท่าทางที่ดูให้ความสนใจเธอเป็นพิเศษ “อืม...จริงเหรอครับ ผมไม่รู้มาก่อนเลยนะเนี่ย ว้าว...คุณนี่เก่งจังเลยนะครับ แหม...แถมน่ารักอีกต่างหากแบบนี้ไม่จีบได้ไงน๊า...”

เมื่อเธอทำงานหรือคุยธุระทางโทรศัพท์ต่อหน้าคุณ : คุณไม่ควรรีบแสดงความคิดเห็นหลังจากเธอวางสายว่าคุณมีความคิดเห็นเช่นไรกับเรื่องที่ได้ยิน (เพราะผู้ชายหลายคนมักแสดงความคิดเห็นเสมอๆว่า “ทำไมคุณไม่ทำแบบนี้ล่ะครับ? ผมว่าแบบนี้ดีกว่ามั้ย เพราะผมถนัดด้าน.....บลา บลา บลา” ซึ่งมันก็ดีหรอกนะครับที่คุณแสดงออกว่าคุณฉลาดและมีความสามารถ แต่ในบางครั้งผมก็คิดว่ามันน่ารำคาญและดูก้าวก่ายจนเกินไปครับ) สิ่งที่คุณควรทำก็คือ การแสดงท่าทีชื่นชมเธอเล็กน้อยเท่านั้น

คุณ “งานยุ่งเหรอครับ”

เธอ “ไม่ยุ่งหรอกค่ะ แค่เรื่องงานที่บริษัทนิดหน่อยน่ะ เรียบร้อยแล้วล่ะ”

คุณ “คุณเก่งจังนะครับ แก้ปัญหาได้เร็วมากเลย สงสัยผมคงต้องเอาอย่างบ้างแล้วล่ะ” แล้วยิ้มให้เธอเพื่อแสดงความชื่นชม

หลายๆกรณีที่ผมหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างนี้ คือ รูปแบบของการตั้งรับเพื่อรอที่จะโต้ตอบกลับไปให้เกิดผลบวกและสร้างความประทับใจให้กับเป้าหมายของคุณ โดยที่ไม่ต้องออกแรงใช้มุกหรือคำหวานมากมายให้เหนื่อย แต่เป็นการใช้สถานการณ์ที่สาวๆเหล่านั้นเป็นผู้กระทำหรือเกิดขึ้นจริงในขณะนั้นเป็นตัวช่วยในการออกอาวุธของคุณหรืออีกนัยหนึ่งการตั้งรับและรุกกลับในลักษณะนี้จะยิ่งทำให้ผู้ชายอย่างคุณดูเป็นผู้ชายที่แสนดีและสนอกสนใจในตัวผู้หญิงคนนั้นเป็นพิเศษ

ผมอยากให้คุณจำคำนี้เอาไว้ให้ขึ้นใจเลยนะครับว่า “ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยชอบให้ผู้ชายหันมาให้ความสนใจและใส่ใจให้ความรักและความอบอุ่นกับพวกเธอ” ยิ่งเราทำเรื่องเหล่านี้ได้ดีมากเท่าไร คุณก็จะสามารถพิชิตหัวใจของสาวๆได้ง่ายมากขึ้นเท่านั้นครับ

เฮ้อ...อธิบายมาซะยืดยาว ผมต้องขอบอกเลยนะครับว่ากฎข้อนี้จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องที่อธิบายได้ยากอยู่พอสมควรเลยล่ะครับ เพราะการเปิดเกมรุกและการตั้งรับกับสาวๆนั้นต้องใช้การฝึกฝนและใส่ใจอย่างมากถึงจะสามารถแสดงออกมาได้อย่างถูกต้อง แนบเนียนและน่าเชื่อถือจนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีครับ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมอยากจะขอเตือนให้พวกคุณผู้ชายได้รับทราบไว้ก่อนเลยนะครับว่า สิ่งที่ผมกำลังแนะนำคุณอยู่นี้ไม่ใช่วิธีการแกล้งทำหรือวิธีการแสดงออกมาอย่างหลอกลวงนะครับ แต่มันคือการกระทำด้วยความจริงใจและเป็นตัวตนของคุณเองจริงๆ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วถ้าตัวคุณเองยังรู้สึกได้ว่ากำลังหลอกตัวเองแล้วล่ะก็ บรรดาสาวๆก็จะสามารถจับไต๋ของคุณได้เช่นเดียวกันครับ (พวกเธอไม่ได้โง่อย่างแน่นอนครับ) ว่าคุณจริงใจหรือไก่กาอาราเล่กับพวกเธอกันแน่...แล้วอย่าหาว่าผมไม่เตือนนะครับ

3 ความคิดเห็น:

  1. คำแนะนำ ติชม มีค่า...อย่าลืมลงคอมเม้นท์ด้วยนะคร้าบ ^^

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ14 กันยายน 2554 เวลา 01:18

    เขียนนิยายบ้างสิครับ

    ตอบลบ
  3. เป็นคนไม่ชอบเขียนอะไรที่ยาวมากๆน่ะครับ ไว้มีโอกาสคงเขียนเรื่องสั้นก่อนละกันครับ

    ตอบลบ